Wednesday, December 3, 2014

แค่เอื้อม ...........










ลูกรัก  มีบางสิ่งที่เกินความเข้าใจของแม่  นานกว่าสามสิบปี แม่เฝ้าอ่านข้อความหนึ่ง อ่านแล้วอ่านอีก แต่ ... ไม่สามารถเข้าใจ จนกระทั่งเมื่อเช้านี้ ... แม่จึงถึง "บางอ้อ"







อากาศตอนเช้าตอนต้นเดือนธันวาคมที่บ้านเชียงราย เย็นสบาย ฟ้าใส แดดสวย ให้ไออุ่นไล่ไอเย็น แม่นั่งเล็มขนมปังปิ้ง จิบกาแฟ Abonzo อ่านพระคัมภีร์ .... ช่างสำราญใจจริงๆ 






แม้ว่าใจหนึ่งร้องอยากออกไปถีบรถจักรยาน แต่อีกใจกลับขี้เกียจ อยากนั่งผึ่งแดดสบายๆต่อไป แล้วอีกใจก็ร้องอยากถ่ายรูป ... เอ .. ใจนี่ช่างเอาใจแสนยาก







พอมองแดดยามเช้าแล้ว ใจทนไม่ไหว ไปหยิบกล้อง ย่างเท้าไปอ่างบัว ไปหน้าบ้าน ....








 แล้วก็คืบข้ามถนนไปตรงพงหญ้าหน้าบ้าน .... ถ้าใครมาบอกว่า พงหญ้าที่อยู่ห่างไปแค่ไม่กี่ก้าว จะมีสิ่งละอันพันละน้อยที่สวยงามซ่อนไว้ แม่คงไม่เชื่อ  ใครมาชวน แม่คงไม่ไป ... แค่พงหญ้า ... ไม่เห็นจะมีอะไรพิเศษ 













ตอนแรก ... แม่เพียงเกร่ไปเกร่มา กะจะถ่ายดอก Spanish Needles หรือดอกปีนใส้ไก่  แล้วเห็นอะไรไหวๆ    ค่อยๆแอบดู  โห ... ผีเสื้อน้อย  ตัวกระจิดเดียว  เมื่อเทียบกับน้ำค้้างบนใบหญ้า  แม่รู้ว่า เธอไวมาก อยู่ไม่นิ่งเลย แวบไปแวบมา แม่จึงทำตัวประมาณนินจาเฒ่า ค่อยๆๆๆๆ ส่องๆๆๆ เอากล้องไปจ่อให้ใกล้ให้มากที่สุด แล้วเธอก็โพสต์ให้  น่าเอ็นดูที่สุด ไม่ว่าจะวางท่าหุบปีก เผยอปีก กางปีก ช่างน่ารักไปทุกท่วงท่า  แล้วเธอก็จากไป














ได้ใจแม่แล้ว .. แม่รอ รอ รอ ... แม่เดิน ค่อยๆเดิน เดินไปเดินมา  รอจะเห็นอะไรเล็กๆที่เคลื่อนไหวในพงหญ้าอีก ... แต่ไม่มีค่ะ ... กลายเป็นว่า เห็นสีแปลกๆบนดอกไม้ บนใบหญ้าแทน ... และแน่นอนค่ะ สีแปลกๆนั้น  คือ น้องผีเสื้อตัวอื่น


ดูดีๆนะคะ  เห็นผีเสื้อสีขาวไหมคะ









แม่กลั้นหายใจ  ขยับตัวให้เบาที่สุด ยื่นกล้องเพื่อนยากของแม่ ไปให้ใกล้ที่สุด รอจังหวะโฟกัส แล้วกดชัตเตอร์ กด .... กดแล้วกดอีก ... ชัดหรือไม่ชัด แม่บอกไม่ได้ เพราะแม่สายตายาว มองใกล้ไม่เห็น กล้องแม่ไม่ไม่การซูม ใช้วิถีชาวบ้านอย่างเดียว คือ ขยับใกล้ไกลเอาเอง ... มันสวยจริงๆลูก แดดส่องมา ไม่จ้าเกินไป มุมไม่สูงหรือต่ำเกินไป ... องศาที่สวยจริง จนเมื่อยมือ ... แม่จึงต้องตัดใจ ลดแขน ขยับออกมา และสูดลมหายใจ .... 
















ยามนั้น เป็นช่วงเวลาที่ไม่รู้ร้อน ไม่รู้หนาว ไม่สนใจลูกหญ้าที่ติดตั้งแต่หมวก เสื้อ กางเกง หรือรองเท้า .. ยามสงบ ที่ไม่อยากให้แดดเคลื่อน เวลาเดินต่อ ... ทุกอย่างมันดูงดงาม .... ใจแสนสุข ... สุขขนาด  "ดอกหญ้ายังสวย" เลยค่ะลูก ... 








เสียดายก็ตรงที่ พงหญ้าตรงหน้าที่ว่างเปล่านั้น มันเล็กนิดเดียว เลยไปก็เจอลวดหนามที่เขากั้นที่ของเขาไว้  เข้าไปไม่ถึง ได้แต่มองตาละห้อย เฝ้าดูแมลงเต่าทองเล็มน้ำค้าง เจ้าผีเสื้อน้อยบินเล่น ไล่ล้อกันไปมา .... แต่พงหญ้าก็มหัศจรรย์  ไม่ได้ผีเสื้อ กับแมลง  ก็ยังมีอย่างอื่น  






ผึ้งน้อยแสนซนคนขยันของแม่นั่นเอง ... แปลกแต่จริง  ตอนแรกๆ  อากาศเย็นๆไม่เห็นเธอ แต่พอแดดอุ่นขึ้น เธอพากันมา เยอะเชียว ... ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อค่ะ 






ดอกปีนใส้ไก่ดอกจิ๋วนั่นแหละค่ะ เป็นขุมทรัพย์ของเหล่าผึ้ง แม่อยากจะทราบเหมือนกันว่า ถ้าแม่เก็บมาดูดเอง จะได้น้ำหวานกับเขาบ้างไหม 






แต่สำหรับผองผึ้งแล้ว มันเก็บน้ำหวานกันอย่างเมามัน จนเต็มถุงตรงขา แม่ชอบมาก ตอนมาถึงใหม่ๆ ดูตัวลีบเชียว ไม่มีสีสันน่าสนใจ แต่พอเก็บน้ำหวานได้ ขาเธอจะเป็นสีส้ม ทำให้น่ารักขึ้นอีกเป็นกอง .... 













พงหญ้า ผีเสื้อกับแมลง ดอกหญ้า ผึ้งน้อย ..... ความสุขที่อยู่แสนใกล้  "แค่เอื้อม" .... ถ้าเมื่อเช้าแม่ไม่ก้าวออกมา แม่คงพลาดความสุขใจกับสิ่งเล็กๆที่เคลื่อนไหวในพงหญ้าไปอย่างน่าเสียดาย มันเป็นความสุขใจลึกๆที่แม่ไม่สามารถหาคำใดมาบรรยาย สุขในโลกใบเล็กที่แสนสงบอบอุ่นแสนสบาย จนแม่เดินยิ้มไปยิ้มมาอยู่ตรงพงหญ้าข้างถนนอยู่คนเดียว นานเป็นชั่วโมงๆ







บอกไปใครจะเชื่อ ความสุขหาได้ง่ายใกล้ "แค่เอื้อม" ... ทำให้แม่นึกถึงบางสิ่ง ที่แม่ไม่เคยเข้าใจ .... และถึง "บางอ้อ" ในเช้านี้ค่ะ







ตลอดมา เวลาแม่อ่านมาระโก บทที 1 ข้อ15  แม่เข้าใจไม่ได้เลยว่า อาณาจักรสวรรค์มาบนโลกแล้วได้อย่างไร  ดังนั้นเวลาอ่าน ตรงที่ว่า ในที่สุด ถึงเวลาที่กำหนดไว้ อาณาจักรสวรรค์ของพระเจ้ามาถึงแล้ว ให้ละจากทางแห่งชีวิตที่ตัวเรากำหนดเองเสีย และเชื่อฟังสิ่งที่พระเยซูสอน .... แม่จะทำตาปริบๆเสมอ ผ่านตรงที่กล่าวถึงอาณาจักรสวรรค์ ข้ามไปตอนที่บอกให้ ละจากวิถีตามใจตัว สู่การเชื่อฟังคำสอนพระเยซูแทน ... เพราะ .. แม่มองไม่เห็น "อาณาจักรสวรรค์" ที่อยู่รอบตัว  มองไปก็เห็นโลกอย่างที่เป็น ... เหมือนเห็นพงหญ้ารกๆ ไม่อาจเห็นสิ่งสวยงามที่จะนำความสุขมาสู่หัวใจแม่ได้ ... จนกระทั่ง แม่ "ก้าวออก" จากโลกของแม่ "ไปสู่" พงหญ้านั้น แล้วแม่จึง "ได้รับ" ได้สัมผัส กับสิ่งเล็กๆที่สวยงาม นำความอิ่มเอมหัวใจมาให้ ........




อ้างอิง

1.  หนังสือมาระโก บทที่ 1 ข้อ 15
     พระองค์​ประกาศ​ว่า “ถึง​เวลา​แล้ว อาณา​จักร​ของ​พระเจ้า​ใกล้​เข้า​มา​แล้ว กลับ​ตัว​กลับ​ใจ​เสียใหม่​และ​
     เชื่อ​ใน​ข่าว​ดี​นี้​ซะ

2.  Mark 1:15English Standard Version (ESV)

       .... and saying, “The time is fulfilled, and the kingdom of God is at hand; repent and believe in the gospel.”
   


     


Saturday, July 26, 2014

หัวใจ กับ สายน้ำ




เชียงราย



ในช่วงฤดูฝน ผู้คนไม่ขาดแคลนน้ำ น้ำฝนหล่นจากฟ้ามามากล้นเหลือ สายฝนมาพร้อมความชุ่มชื้น ความเขียวชอุ่มของต้นไม้ใบหญ้า น้ำให้ชีวิตโดยแท้



สันติบุรี  เชียงราย


ที่เชียงราย ฤดูฝนเป็นช่วงเวลาที่สวยงาม ฝนฉ่ำฟ้า พอฝนซา ฟ้าใส อากาศบริสุทธิ์ แดดสวย บางทีมีสายรุ้ง ก้อนเมฆสีขาวเทากอดภูเขาสีเขียวฟ้า ในน้ำมีแต่ปลา ในนามีข้าวที่กำลังงอกงาม มองไปทางไหนพบแต่ความสดชื่น สดใส มี "ชีวิต" ชีวา  






หยาดฝนแต่ละหยดที่หยาดมาจากฟ้า ไม่เพียงแต่หล่นจากฟ้า แล้วหยุดอยู่กับที่เท่านั้น แต่เคลื่อนไป และทุกที่ที่เม็ดฝนผ่านไปนั้น ....... จะให้ความชุ่มฉ่ำ เจริญเติบโต .... จากสายฝนจนถึงสายน้ำ สัมผัสที่ใดที่นั้นเปลี่ยนแปลง ....... ช่วยชีวิตอิ่มสมบูรณ์ .... ต่อให้ชีวิตดำเนินต่อไป



สันติบุรี  เชียงราย


การเดินทางของหยาดฝน เร่ิมจากเมื่อกลั่นตัวออกมาจากก้อนเมฆ หย่อนตัวสู่พื้นโลก ผ่านชั้นดิน รวมตัวกันไหลเป็นสายน้ำ ลงสู่ทะเล และส่วนหนึ่งระเหยกลับสู่ท้องฟ้า จับตัวกันเป็นก้อนเมฆ .... แล้วเดินทางย้อนกลับสู่ผืนโลก .... อีกครั้ง



Čadej, Slovenia



บนผืนโลก หยาดน้ำและสายน้ำเดินทางเสมอ เคลื่อนตัวไปไม่เคยหยุด ยกเว้น ที่แห่งนี้แห่งเดียวที่ สายน้ำไหลเข้ามาแล้วหยุด ไม่ส่งต่อไปที่อื่น ที่ ........ ทะเลตาย (Dead Sea) ค่ะ ที่นั่นน้ำเค็มและมีความเข้มข้นของแร่ธาตุสูง จนคนสามารถนอนลอยในน้ำตรงนั้นได้ 

ความจริง ทะเลตายไม่ได้เป็นทะเล แต่เป็นทะเลสาบที่รับน้ำจากแม่น้ำสายหลัก คือ แม่น้ำจอร์แดน ตั้งอยู่บริเวณประวัติศาสตร์ที่ทราบกันว่า เคยเป็นเมืองโสดมและโกโมราห์ ซึ่งมีประชากรทำบาปหยาบช้ากันมากมาย ถึงขั้นพระเจ้าต้องทำส่งด้วยฝนไฟลงมา และเมืองทั้งสองจมหาย 

ทะเลตายอยู่ต่ำกว่าระดับน้ำทะเลเกือบ 500 เมตร นับเป็นจุดที่ต่ำกว่าระดับน้ำทะเลมากที่สุดในโลก น้ำที่ไหลลงมาจึงไหลต่อไปไหนอีกไม่ได้ ประกอบกับที่ตั้ง ที่อยู่ระหว่างประเทศจอร์แดนและอิสราเอล  ซึ่งมีสภาพภูมิประเทศร้อนแห้งแล้ง อุณหภูมิเฉลี่ยอยู่ระหว่าง 25 - 47 องศาเซลเซียส น้ำที่ไหลมาสู่ทะเลตายจึงได้แต่ตั้งหน้าตั้งตา ระเหยๆๆ และเหลือทิ้งไว้เพียงเกลือและแร่ธาตุ ที่เข้มข้นหลากหลายและมากมาย แม้แร่ธาตุที่นี่จะต่างจากที่พบในน้ำทะเล แต่ถ้านับระดับความเข้มข้นของความเค็มแล้ว ก็เค็มกว่าทะเลถึง 8.6 เท่าตัว เรียกว่า เค็มขนาดไม่มีสิ่งมีชีิวิตชนิดไหนอาศัยหรือรอดชีวิตอยู่ได้ สมกับชื่อทะเล"ตาย" จริงๆ 




บ้านด้ายกู่เสษม  เชียงราย



ทะเลตาย เป็นทะเลที่มีแต่รับ ไม่มีการให้ คงเพราะมันอยู่ตำ่สุดแล้ว ไหลต่อไม่ได้ ส่วนซึ่งต้องระเหยออกก็ระเหยไป เหลือไว้แต่ความเค็มอย่างเข้มข้น ไม่มีชีวิตอยู่ในนั้น เป็นน้ำที่ไม่สามารถ "น้ำที่ให้ชีวิต" ได้

"หัวใจ" ของคนเราก็เช่นกัน หากหัวใจดวงไหน มีแต่รับเอาเข้ามาอย่างเดียว ไม่มีการส่งต่อ ให้ หรือปันออกไป คงเป็นเหมือนทะเลตาย ที่อยู่ตำ่มากที่สุด ร้อน แห้งแล้ง ให้ชีวิตอยู่ร่วมด้วยไม่ได้ ....... หัวใจที่มีแต่รับก็คงเป็นเช่นนั้น ต่ำด้วย ไร้ความชุ่มชื้น แห้งผาก และแห้งเป็นผุยผงลงไปทุกๆวัน ไม่สามารถให้ความรัก ความอบอุ่น ความเอื้ออาทร สื้นหวัง ใครอยู่ร่วมไม่ได้.......... เป็น"หัวใจตาย" และไร้ชีวิต




สันติบุรี  เชียงราย


และหากหัวใจเป็นเสมือนแหล่งน้ำ ที่รับน้ำจากแหล่งอื่น แหล่งต้นกำเนิดของน้ำนั้น ก็น่าจะสำคัญยิ่งเช่นกันใช่ไหมลูก หากรับน้ำจากต้นน้ำสะอาดบริสุทธิ์ ไม่มีสิ่งปลอมปน หัวใจย่อมเปี่ยมล้นด้วยสิ่งดี เป็นหัวใจที่แข็งแรงเข้มแข็ง บริสุทธิ์ เปี่ยมล้นด้วยความรักที่อิ่มเอม ส่งต่อส่ิงงดงามที่มีค่าเหล่านั้น ให้ทุกคนและทุกส่ิงรอบข้าง ให้เจริญ เติบโต เกิดผลต่อเนื่องได้อย่างสวยงาม ....... 



เทิง  เชียงราย



ท่าสาย  เชียงราย



ท่าสาย  เชียงราย




ท่าสาย  เชียงราย



ท่าสาย  เชียงราย



บ้านด้ายกู่เกษม  เชียงราย



ท่าสาย  เชียงราย




ท่าสาย  เชียงราย



สินธานี  เชียงราย


ต้นน้ำของหัวใจที่แท้จริงอยู่ที่ไหน ในโลกทุกวันนี้ มีหลายคน หลายกระแส นำเสนอ "ส่ิงที่น่าจะ" เป็นแหล่ง "น้ำที่ให้ชีวิต"หรือ "น้ำที่หล่อเลี้ยงหัวใจ" กับผู้คนกันมากมาย และหัวใจของมนุษย์ทุกคน ก็ต่างร่ำร้อง แสวงหา "แหล่งน้ำหล่อเลี้ยงหัวใจที่ให้ชีวิต" นั้นไม่หยุดหย่อน แต่ละคนต่างไขว่คว้า พยายามให้ได้มาถึงสิ่งที่จะเป็นคำตอบสุดท้ายนั้น หลายครั้งหลายคน วิ่งวน จากส่ิงหนึ่งไปหาอีกสิ่งหนึ่ง หาแล้วหาอีก แต่ยังหาคำตอบสุดท้ายที่ "ใช่" ไม่ได้ 

หัวใจหลายคนยังไม่เคยพักสงบ บางครั้ง หัวใจกลับจมดิ่งลงลึก ลึกจน เหมือนทะเลตายที่อยู่ใต้ระดับน้ำทะเล ในแต่ละวัน หัวใจนั้นเรียกร้องอยากได้ คอยแต่รับ รับ รับ รับ ..... ไม่สามารถแบ่งปัน ส่งต่อออกให้ใครได้ เพราะ ... รู้สึกเสมอว่า ยังไม่ใช่ ยังไม่มี ยังไม่พอ .....  หัวใจจึงมีแต่รสเค็มขม หาสิ่งที่มีชีวิตชีวาในหัวใจไม่มี ทุกสรรพสิ่งรอบตัวขุ่นหมอง 

และยิ่งไปกว่านั้น หัวใจบางดวงอาจก้าวไปสู่สภาวะ ที่เหมือนสภาพทะเลตายในปัจจุบัน ซึ่งรับน้ำเน่าเสียจากแม่น้ำจอร์แดน ที่ประชากรรอบด้านต่างระบายของเสีย สารเคมีลงมา น้ำสายหลักที่เข้าสู่ทะเลตาย จึงเป็นเสมือนท่อระบาย เต็มไปด้วยสิ่งสกปรก เน่าเสีย และเป็นพิษ กลายเป็นสถานกักเก็บน้ำเสีย ที่ยิ่งน้ำระเหยออกไปมากเท่าไร จะเหลือท้ิงผลึกกากส่ิงมีพิษไว้ในน้ำนั้น ทวีขึ้นทุกๆวัน



สันติบุรี  เชียงราย


หัวใจจำเป็นต้องอาศัยน้ำหล่อเลี้ยง และน้ำหล่อเลี้ยงที่เป็นคำตอบเดียว คือ สายน้ำที่ให้ชีวิต และผู้ที่จะให้สายน้ำแห่งชีวิตที่แท้ได้ คือ ผู้ที่ไม่ตาย ผู้ที่มีชีวิต ผู้ที่สร้างชีวิต และทุกสรรพสิ่งในโลกนี้ แม่ดีใจที่ลูกเชื่ออย่างไม่สงสัย ว่า ผู้นั้น คือผู้ใด ........ 

ขอหัวใจของลูกได้เข้าหาสายน้ำที่ให้ชีวิตนี้เสมอ และคอยเติมเต็มหัวใจของลูก จากสายน้ำที่ให้ชีวิตนั้นอย่าได้ขาด ให้หัวใจของลูก ได้เต็มเปี่ยม ด้วยความรัก ความหวัง ความสดชื่น ความอิ่มเอม สามารถแบ่งปัน มอบความดีงามเหล่านั้น ให้กับทุกคนรอบๆตัวอย่างต่อเนื่องและตลอดไป ............ 

ลูกได้รับมาอย่างเต็มสมบูรณ์เช่นใด ขอลูกได้ส่งต่อไปเช่นนั้น และหากเป็นไปได้ ขอลูกหมั่นเพียรที่จะพาผู้อื่นให้ได้มาที่ "สายน้ำที่ให้ชีวิต"นี้ ให้หัวใจของทุกคนได้รับน้ำที่ให้ชีวิตนี้ ให้ชุ่มชื้นเสมอกันทุกคน ... และหากโลกนี้มีแต่หัวใจที่งดงามเช่นนั้น ชีวิตบนโลกนี้คงเป็นสวรรค์บนดินของพวกเราทุกคน



สินธานี  เชียงราย

อ้างอิง

- ทะเลตาย 'Dead Sea'
   - http://twistedsifter.com/2012/06/10-things-you-didnt-know-about-the-dead-sea/
    -  http://www.jewishvirtuallibrary.org/jsource/vie/Deadsea.html

-  สายน้ำแห่งชีวิต 'The River of the Water of Life'
    - http://biblehub.com/revelation/22-1.htm

-  น้ำให้ชีวิต 'The Living Water'
   -หนังสือเอเสเคียล บทที่ 47 ข้อที่ 9
   "ต่อมาแม่น้ำนั้นไปถึงที่ไหน ทุกสิ่งที่มีชีวิตที่แหวกว่ายไปมาก็จะมีชีวิตได้ และที่นั่นมีปลากมากมาย เพราะว่า น้ำนี้ไปถึงที่นั่น 
        น้ำทะเลก็จืด เพราะฉะนั้นแม่น้ำไปถึงไหน ทุกสิ่งก็มีชีวิต"    
9"It will come about that every living creature which swarms in every place where the river goes, will live. And there will be very many fish, for these waters go there and the others become fresh; so everything will live where the river goes.
    - http://biblehub.com/ezekiel/47-10.htm
    - http://biblehub.com/ezekiel/47-11.htm

-     หนังสือยอห์น บทที่ 7 ข้อ 37-38
      "พระเยซูเจ้าทรงยืนและตรัสดสียงดังว่า 
                ผู้กระหาย       จงมาหาเราเถิด
                ผู้เชื่อในเรา    จงดื่มเถิด
          
           ตามที่พระคัมภีร์กล่าวว่า 'ลำธารที่ให้ชีวิตจะไหล
           ออกมาจากภายในผู้นั้น'

English Standard Version
Whoever believes in me, as the Scripture has said, ‘Out of his heart will flow rivers of living water.’”
      http://biblehub.com/john/7-38.htm

-   รักวิเศษ
   http://www.youtube.com/watch?v=3_s_rDWWQXA
   

รักวิเศษ โบ สุรัตนาวี สุวิพร at Gsus7 - YouTube

www.youtube.com/watch?v=3_s_rDWWQXA
Jul 17, 2010 - Uploaded by Ohohey
โบ สุรัตนาวี ร้องเพลง รักวิเศษ @Gsus7. ... Watch Later Behind the Praise โบ สุรัตนาวี part1 by behindthepraise 6,890 views; 31:20. Watch Later

Friday, June 13, 2014

"ขนุน" เป็นเหตุ






มัฟฟินแครอท  ณ บ้านเชียงราย .... เมื่อเดือนเมษายน 2014



วันนี้เป็นเรื่องเกี่ยวกับ "ขนุน" นะคะ ขนุนที่น้องฝ้ายแกะมาให้กล่องโต  นั่นแหละค่ะ แม่อยู่บ้านคนเดียวคิดถึงลุงอวย อยากทำเค้กไปฝาก แต่ลุงอวยระวังสุขภาพ เลยเปลี่ยนใจว่า ทำมัฟฟินแทนดีกว่า พอตกลงใจได้ แม่เร่ิมเสาะหาสูตรเด็ดทางอินเตอร์เน็ต โดยตั้งต้นจากการหาสูตรทำ "มัฟฟินมะม่วง" ตั้งใจว่าจะนำมาแปลงใช้ขนุนแทนมะม่วง พอเจอเรียบร้อย แม่เกิดอยากลองหาสูตร "มัฟฟินขนุน" พอเจอกลับเกิดอาการลังเล ไม่เชื่อถือ ไม่แน่ใจว่าทำออกมาอร่อยหรือเปล่า เลยเลือกสูตรมัฟฟินมะม่วง แล้วมาปรับเอาตามที่ตั้งใจไว้แต่ต้น ด้วยเชื่อมั่นว่า สูตรที่เลือกมาต้องออกมาดี

ว่าแล้ว แม่ก็ตั้งต้นเตรียมเครื่องเคราทุกอย่างตามที่เขากำหนด ยกเว้น ... สลับตัวนางเอก เอาพี่มะม่วงออก ใส่น้องขนุนลงไปแทน โอ้โฮ ... ไม่เสียชื่อขนุนเลยค่ะ กลิ่นหอมตลบอบอวล หน้าตาเหลืองทองน่าเอร็ดอร่อย แล้วรสชาติก็ไม่ทำให้ผิดหวังเลย สมกับที่เชื่อถือ และนำมาทำตามเป็นที่สุด

ทำมัฟฟินเสร็จ แม่ยืนชื่นชมผลงาน ยิ้มย่องผ่องใสอยู่ในครัว มองไปมองมา ก็มาฉุกคิดขึ้นมาเอง เอ ... เรานี่แปลกคนนะ สูตรใช้ขนุนมีให้ แต่กลับไม่เชื่อถือ ไม่นำมาทำตาม กลับไปเชื่อม่ันสูตรที่ใช้มะม่วง นำไปทำตาม แล้วก็ได้ผลดีเสียด้วย ... แล้วฉับพลันนั้น มันช่างมหัศจรรย์ใจ สิ่งที่เป็นรูปธรรมตรงหน้า สอนใจให้แม่ได้เข้าใจสิ่งที่เป็นนามธรรมที่ค้างคาในใจมานานแสนนาน นั่นคือ เรื่อง ความเชื่อมั่นศรัทธา



มัฟฟินขนุน ณ บ้านเชียงราย เมื่อเดือนมิถุนายน ปี 2014



ถ้า "ความเชื่อ" คือ การแน่ใจในสิ่งที่เราหวัง และมั่นใจในสิ่งที่ตายังมองไม่เห็น ก็แปลว่า แม่มีความเชื่อในสูตรมะม่วง แต่ไม่มีความเชื่อในสูตรขนุน คือ พออ่านสูตร "มัฟฟินมะม่วง" แล้วแน่ใจว่า จะสามารถนำไปทำมัฟฟินขนุนได้ เพียงแค่เห็นเขาเขียนว่าต้องใส่อะไร ต้องทำอย่างไร เกิดมั่นใจว่าหน้าตารสชาติจะออกมาดีและอร่อย แม้ยังไม่เคยเห็นมัฟฟินขนุนมาก่อนก็ตาม ... และด้วยความเชื่อ แม่จึงทำตาม ใส่วัตถุดิบทีละอย่าง ทำตามทีละขั้น ในที่สุดได้ผลสำเร็จตามคาดหวัง มัฟฟินขนุนสีเหลืองทอง หอมหวล รสชาติถูกปา แม่ยิ้มแป้นเลย แต่มองไปมองมา กลับฉุกถามตัวเองว่า ถ้าเราเชื่อว่าสูตร "มัฟฟินมะม่วง" เอามาทำมัฟฟินขนุนได้ แต่ไม่ลุกมาทำ มันจะต่างกับที่เราไม่เชื่อถือสูตร "มัฟฟินขนุน" ตรงไหนนี่ คำตอบ ... ไม่ต่าง .... เพราะเชื่อเฉยๆว่าทำได้แต่ไม่ลุกมาทำ กับไม่เชื่อก็ไม่ลุกมาทำ ย่อมให้ผลลัพท์เดียวกัน คือ ไม่เกิดมัฟฟิน และลุงอวยไม่ได้ล้ิมชิมรส "มัฟฟินขนุน" อย่างแน่นอน



Banana Bread
อาหารเช้า ............  ณ บ้านเมืองเอก เมื่อเดือนมิถุนายน ปี 2010



แม่เลยถึง "บางอ้อ" ในเรื่องนี้ค่ะ .... ความเชื่อมั่นศรัทธาเฉยๆโดยไม่ทำอะไร ก็ไม่ต่างกับการไม่มีความเชื่อมั่นศรัทธาเลย เพราะจะไม่เกิดผลดีใดๆเหมือนกัน นั่นคือ เชื่ออย่างเดียวไม่พอ ถ้าเชื่อศรัทธาในพระเจ้า ต้องตั้งมั่นที่จะเชื่อฟัง โดยการเรียนรู้เกี่ยวกับพระองค์และสิ่งที่พระองค์ชี้นำให้ทำ เมื่อรู้ใจพระเจ้าแล้ว ต้องตั้งมั่นทำตามใจพระองค์เลิกทำตามใจตามความคิดของตัว ต้องตั้งใจที่จะควบคุมใจฝึกตนให้ทำตามนั้น แม้ว่าจะยากลำบากก็ต้องอดทน มุมานะ บากบั่นเดินตามทางพระเจ้าเสมอ เมื่อเป็นได้เช่นนี้ องศาสู่ทิศทางของการดำเนินชีวิตของเราจึงค่อยปรับ ออกห่างจากการเอาใจตัว เข้าใกล้การทำตามใจของพระเจ้า นิสัยและคุณลักษณะของเราจึงค่อยๆเปลี่ยนแปลงงดงามตามอย่างพระองค์ คิดในแนวของพระเจ้า มองผู้อื่นอย่างที่พระองค์มอง สามารถรักใคร่ โอบอ้อม อารี เอื้ออาทร อ่อนโยนต่อผู้อื่นได้อย่างที่พระองค์ปรารถนา และทำตามสิ่งที่พระองค์บอกได้ว่าสำคัญที่สุด นั่นคือ รักพระเจ้า และรักผู้อื่นเหมือนรักตัวของเราเอง

เห็นไหมลูก ... "ขนุน" เป็นเหตุจริงๆ เป็นเหตุให้แม่เข้าใจว่า แค่บอกว่า เชื่อศรัทธาในพระเจ้า โดยไม่เปลี่ยนทางเดิน ย่อมเหมือนว่าไม่มีความเชื่อความศรัทธาในพระองค์ เพราะเดินตามความคิดจิตใจตัวเหมือนเดิม แต่ถ้าเชื่อและทำตาม เดินตามทางพระเจ้า ชีวิตความคิดจิตใจของเราย่อมแตกต่าง เปลี่ยนไปอย่างงดงาม .... เกิดผลแตกต่างแน่นอน ... เหมือนได้ชิมมัฟฟินหลากรสนะคะ มัฟฟินไหนก็ไม่เหมือน "มัฟฟินขนุน" แน่นอนค่ะ




อ้างอิง

1.  Mango Muffins
     http://www.food.com/recipeprint.do?rid=5453

Mango Muffins

By Bill Hilbrich on December 16, 1999
Photo
Photo by Bill Hilbrich
27 Reviews
  • timer
  • Prep Time: 15 mins
  • Total Time: 33 mins
  • Yield: 18 muffins

About This Recipe

"I was going to make blueberry muffins when I realized that the kids had eaten all my blueberries, so I used mango pulp instead. This fork tender muffin will be very moist. It would be more appropriate at the breakfast table than trying to toss it into a lunch box. I want to thank JeannineMarie in MN for the two most recent pictures that she sent me to include with this recipe."

Ingredients

    • 2 cups flour
    • 4 teaspoons baking powder
    • 1/2 teaspoon salt
    • 1 cup sugar or 3/4 cup honey
    • 1/4 cup vegetable oil
    • 1 cup milk
    • 1 egg
    • 1 -1 1/2 cup mango, pulp of ( 2 very ripe mangoes)

Directions

  1. Cut and peel two very ripe (soft to the touch) mangoes and reduce to soft pulp and juice. Combine flour, baking powder, salt and sugar in a large bowl.
  2. In a separate bowl combine oil, milk, and egg.
  3. Mix liquid ingredients with dry until just moist and stir in the mango pulp.
  4. Fill greased muffin tins, or paper muffin cups two-thirds full.
  5. Bake at 400°F for 15-18 minutes.
  6. They are done when they are brown on top and a tooth-pick inserted into the center comes out clean.

ALL RIGHTS RESERVED © 2014 Allrecipes.comPrinted from Allrecipes.com 6/13/2014


2.  Jackfruit Muffins
         http://akshayapatra.blogspot.com/2007/05/jackfruit-muffins.html

Jackfruit Muffin
Recipe:


Makes about 20 medium sized muffins.


Jackfruit Pulp - 1 Cup

All Purpose Flour - 2 Cups

Baking Powder - 1 Tbsp

Egg - 1

Oil - 1/2 Cup

Sugar - 4 Tbsps

Milk - 1 Cup

Honey - 1 Tbsp

Salt - 1/4 tsp

Vanilla Extract - 1 Tsp

For the jackfruit pulp, roughly mash canned or fresh fruit. Whisk together egg, milk, oil, honey and vanilla extract, till well blended. Add the jackfruit pulp to the egg mixture and mix well. Sift together flour, baking powder, sugar and salt. Add the egg and jackfruit mixture to the flour and mix only till the dry ingredients are moistened. Do not overmix. Immediately fill muffin pans or muffin cup liners, till they are 1/2 or 2/3 full. Bake in an oven preheated to 375 degree Fahrenheit, for about 20 to 23 mins or until a toothpick inserted in the middle comes out clean. Let cool for sometime.
According to JoyOfBaking website, american muffins are supposed to have a symmetrical domed top, with a bumpy surface. They should feel light for their size and when cut in half the interior should be moist and tender with no tunnels.
I feel proud to say that my muffins turned out perfectly well! Like a perfect American muffin!
Please note that this recipe produces mildly sweet muffins. If you need sweeter ones, use a simple sugar glaze on top or sprinkle a little sugar while the muffins are hot.

3.  หนังสือ ฮีบรู บทที่ 11 ข้อที่ 1 

ฮีบรู 11

Thai New Contemporary Bible (TNCV)
ความเชื่อคือความแน่ใจในสิ่งที่เราหวังไว้และมั่นใจในสิ่งที่เรามองไม่เห็น 



4.   หนังสือ 2 เปโตร บทที่ 1 ข้อ 1-9
     

2 เปโตร 1:1-10

Thai New Contemporary Bible (TNCV)

จดหมายฉบับนี้จากข้าพเจ้าซีโมนเปโตรผู้เป็นผู้รับใช้และอัครทูตของพระเยซูคริสต์
ถึงบรรดาผู้ได้รับความเชื่ออันล้ำค่าเช่นเดียวกับที่เราได้รับโดยทางความชอบธรรมของพระเยซูคริสต์ผู้ทรงเป็นพระเจ้าและพระผู้ช่วยให้รอดของเรา
ขอพระคุณและสันติสุขมีแด่พวกท่านอย่างล้นเหลือผ่านทางการรู้จักพระเจ้าและรู้จักพระเยซูองค์พระผู้เป็นเจ้าของเรา

มั่นใจในการทรงเรียกและทรงเลือก

ฤทธิ์อำนาจของพระองค์ได้ประทานทุกสิ่งที่จำเป็นแก่เราที่จะดำเนินชีวิตในทางพระเจ้า ผ่านทางการรู้จักพระองค์ผู้ทรงเรียกเราด้วยพระเกียรติสิริและคุณความดีของพระองค์เอง โดยสิ่งเหล่านี้พระองค์ได้ประทานพระสัญญาอันยิ่งใหญ่และล้ำค่าของพระองค์แก่เรา เพื่อว่าโดยทางพระสัญญาเหล่านี้พวกท่านจะได้มีส่วนในพระลักษณะของพระเจ้าและพ้นจากความเสื่อมทรามในโลกซึ่งเกิดจากตัณหาชั่ว
ด้วยเหตุนี้ท่านจงพยายามทุกวิถีทางที่จะเพิ่มความดีเข้ากับความเชื่อ เพิ่มความรู้เข้ากับความดี เพิ่มการบังคับตนเข้ากับความรู้ เพิ่มความอดทนบากบั่นเข้ากับการบังคับตน เพิ่มการดำเนินในทางพระเจ้าเข้ากับความอดทนบากบั่น เพิ่มความรักฉันพี่น้องเข้ากับการดำเนินในทางพระเจ้า และเพิ่มความรักเข้ากับความรักฉันพี่น้อง เพราะถ้าท่านมีคุณสมบัติเหล่านี้มากยิ่งๆ ขึ้นก็จะทำให้ท่านมีประสิทธิภาพและเกิดผลในการรู้จักองค์พระเยซูคริสต์เจ้าของเรา แต่ถ้าผู้ใดขาดคุณสมบัติเหล่านี้ก็ตาบอดตาสั้น และลืมว่าตนได้รับการทรงชำระจากบาปในอดีตแล้ว


2 Peter 1

Living Bible (TLB)
From: Simon Peter, a servant and missionary of Jesus Christ.
To: All of you who have our kind of faith. The faith I speak of is the kind that Jesus Christ our God and Savior gives to us. How precious it is, and how just and good he is to give this same faith to each of us.

Do you want more and more of God’s kindness and peace? Then learn to know him better and better. For as you know him better, he will give you, through his great power, everything you need for living a truly good life: he even shares his own glory and his own goodness with us! And by that same mighty power he has given us all the other rich and wonderful blessings he promised; for instance, the promise to save us from the lust and rottenness all around us, and to give us his own character.

But to obtain these gifts, you need more than faith; you must also work hard to be good, and even that is not enough. For then you must learn to know God better and discover what he wants you to do. Next, learn to put aside your own desires so that you will become patient and godly, gladly letting God have his way with you. This will make possible the next step, which is for you to enjoy other people and to like them, and finally you will grow to love them deeply. The more you go on in this way, the more you will grow strong spiritually and become fruitful and useful to our Lord Jesus Christ. But anyone who fails to go after these additions to faith is blind indeed, or at least very shortsighted and has forgotten that God delivered him from the old life of sin so that now he can live a strong, good life for the Lord.