Thursday, March 27, 2014

สุดใจ







วันเกิดพ่อปีนี้มีแต่พ่อกับแม่  ลูกอยู่บ้านเมืองเอก พ่อกับแม่ตื่นเช้าตามปกติ .... พ่อกับแม่นั่งอ่านพระคัมภีร์ด้วยกันเหมือนเคย แต่คราวนี้ มีคำสะดุดหู แม่ได้ยินคำว่า "สุดหัวใจ" แม่ขอให้พ่ออ่านซ้ำ เพราะแม่อยากแน่ใจว่าแม่ได้ยินถูกต้อง พ่ออ่านไม่ผิดค่ะ ..... พ่ออ่าน "... พวกเขาไม่ได้ติดตามเราอย่างสุดหัวใจ ....... ไม่มีเลยสักคน ..."

พ่อไปทำงาน แม่ออกไปเดิน .... เดินๆหยุดๆ  หยุดถ่ายภาพดอกไม้ ใบหญ้า และแมลงต่างๆที่ถูกสร้างให้ดำรงอยู่อย่างมหัศจรรย์ ในขณะที่ มีคำถามนี้ติดตามแม่ไปตลอดทาง "อย่างสุดหัวใจ" นั้นเป็นอย่างไร แม่คิดถึงพ่อ นึกถึงคำขอของแม่ตอนก่อนแต่งงาน "ขอให้รักแม่คนเดียว" และตลอดชีวิตการแต่งงาน เมื่อมีเรื่องให้ต้องเสียใจ แม่ต้องกลับมาตรงจุดนี้ ขอบคุณพระเจ้าว่า ไม่ว่าพ่อจะมีมากมายหลายสิ่งให้แม่ต้องไม่พอใจ สิ่งที่พ่อให้แม่เสมอมาคือ รักแม่คนเดียว .... พอคิดคราวนี้ แม่กลับสะอึกกับความคิดตนเอง ถ้าพ่อไม่รักแม่คนเดียว คืือรักมาก มากสุดๆจนเกือบหมดหัวใจ พ่อรักแม่แต่ขอแบ่งให้คนอื่นสักเพียงนิดเดียว แม่จะทนได้อย่างไร อย่างนี้กระมังที่เรียกว่า ขอให้รักกัน "อย่างสุดหัวใจ"

แล้วพระเจ้าก็เมตตาให้แม่ได้เข้าใจอีกมุมของคำว่า "สุดใจ" .... แม่ชอบเฝ้าดูผึ้ง ทุกวันแม่จะมองหาเจ้าผึ้งแสนกลคนขยัน ตามดอกหญ้า ดอกไม้ มันช่างน่าอัศจรรย์ใจ มันช่างรู้ดีว่า จะหาน้ำหวานได้ตรงไหน แล้วมันก็บินเข้าชน พุ่งเข้าใส่ วนเวียน วกวน ขนน้ำหวานกันอย่างไม่สนใจมนุษย์ ที่แทบจะจิ้มกล้องเข้าใส่ ยืนเฝ้ามันเป็นนาน ไม่สนใจว่าแม่จะขยับซ้ายขยับขวา ไม่สนใจเสียงชัตเตอร์ที่ดังใกล้ๆ หรือแม้แต่รถยนต์ที่วิ่งผ่านเป็นระยะ มันไม่สนใจอะไรเลย นอกจากนำ้หวานจากแหล่งของมัน จากดอกนั้น บินไปดอกนี้ ยุกยิกๆ ไม่นิ่งเลย ขอให้ได้น้ำหวานเท่านั้น มันตั้งหน้าตั้งตากอบโกยน้ำหวาน "อย่างสุดใจ"







ลูกรัก ในชีวิตของเราแต่ละคน มีมากมายสารพัดสิ่งในทุกห้วงเวลาของชีวิต ที่น่าสนใจ น่าตื่นเต้น น่าทุ่มตัวและหัวใจเข้าใส่ ต่างจากผึ้งน้อยเหล่านี้ ดูเหมือนชีวิตนี้มีแค่ "น้ำหวาน" เพียงอย่างเดียว ทั้งคืนมันคงนอนไม่หลับ ใจจรดจ่อ คิดถึงแต่น้ำหวานๆๆๆๆๆ รอว่าเมื่อไรจะเช้า อยากจะไปหาแต่น้องน้ำหวาน ทันทีที่ตะวันส่อง ออกบินได้ ก็บินรี่ไปหาทันที น้ำหวานๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ และน้ำหวานๆๆๆๆๆๆ คิดไปคิดมา มันช่างน่าเอ็นดูนัก ทั้งหัวใจมันมีใจให้เพียงแต่น้ำหวานเท่านั้น ไม่สนใจดอกไม้ ดอกหญ้า สนใจแค่ น้ำหวาน .... เรียกว่า ชีวิตนี้เกิดมาเพื่อติดตามหาน้ำหวานเท่านั้น ..... แล้วก็ติดตามอย่างสุดหัวใจ

ช่างเป็นตัวอย่างที่น่ารักยิ่งนัก น่าคิดนะคะว่า เป็นเพราะพระเจ้าสร้างผึ้งให้สามารถเพียงหาน้ำหวานเท่านั้นหรือไม่ ชีวิตนี้จึงเกิดมาเพื่อติดตามน้ำหวานอย่างสุดหัวใจ หมายความว่า เป็นเพราะพระเจ้าสร้างมนุษย์ให้มีความคิด จินตนาการ ความสามารถที่มากมายหลากหลายหรือไม่ ทำให้เป็นการยากยิ่งที่เราจะสามารถมอบใจของเราให้กับสิ่งใดอย่างสุดหัวใจได้ 

และเมื่อกลับไปหาสิ่งที่พ่ออ่านให้ฟังตอนเช้า ก็น่าคิดนักว่า ทำไมชนชาติอิสราเอลจึงไม่ยอมติดตามพระเจ้าอย่างสุดหัวใจ เหตุใดเมื่อพระเจ้าบอกว่า ให้ลุกขึ้นเข้าไปในดินแดนที่เตรียมไว้ แล้วเขาไม่ทำทันที แต่มานั่งคิดตริตรองว่า ควรจะอย่างอื่นมากกว่า เขาจึงวางแผนส่งคนเข้าไปสำรวจดินแดนนั้นก่อน พอรู้ว่าดินแดนที่จะเข้าไปนั้นเป็นเช่นไร ก็กลัวท้อถอยตัดสินว่า สิ่งที่พระเจ้าบอกนั้นเป็นไปไม่ได้ แล้วก็ต่อว่าพระเจ้า ..... แปลกนะคะ ทำไมเขาจึงคิดว่า เขารู้ดีกว่าพระเจ้า เหตุใดเขาจึงเชื่อมั่นในความชาญฉลาดของเขามากกว่า แล้วสุดท้าย เมื่อเจออุปสรรคจึงกลับมาก่นว่าพระเจ้า..... 

แล้วแม่ก็หวนคิดถึงพ่อ อะไรจะเกิดขึ้นในครอบครัว หากแม่ให้พ่อเกือบหมดใจ และพ่อก็ให้แม่แทบจะหมดใจ แต่ไม่มีใครให้อย่าง "สุดหัวใจ" ใจเราคงจะมุ่งมั่นไปทางเดียวกันไม่ได้ทั้งหมด เพราะต่างมีส่วนที่หวงเหลือไว้ทำตามใจตน มันต้องสับสนด้วยความหวาดระแวง และรายล้อมด้วยความขัดแย้ง .... มันอาจไม่ต่างกับชีวิตของเรากับพระเจ้านะคะลูก ที่บางครั้งเราก็เชื่อพระเจ้าสุดใจ บางทีก็เชื่อแค่กึ่งๆ แล้วชีวิตเราก็มีหลากมาตรฐาน บางทีก็ทำตามใจพระเจ้า บางทีก็ทำตามใจของเราเอง ... และเมื่อเป็นเช่นนั้น ลูกคิดว่า พระเจ้าหรือเราจะยิ่งใหญ่กว่ากันคะ แม่ว่าเราน่าจะเป็นใหญ่กว่าพระเจ้านะคะ เพราะเราสามารถตัดสินได้ว่า สิ่งไหนดีกับเรามากกว่า และเมื่อไรเราควรจะทำสิ่งไหนอย่างไร ... 

สำหรับแม่ บทสรุปของหัวใจในคำ่คืนนี้ อยู่ตรงคำอธิษฐานของแม่ ที่มีเพียงว่า ขอครอบครัวของเราได้ "รักเพียงพระเจ้า" มอบให้พระองค์ทั้งหมดหัวใจ และ "ติดตามพระองค์อย่างสุดใจ" ในทุกเรื่อง ทุกที่ ทุกเวลา เสมอและตลอดไป  

นอนหลับฝันดี "ผึ้งน้อย" ของแม่






อ้างอิง

1. หนังสือกันดารวิถี              บทที่ 32
2. หนังสือเฉลยธรรมบัญญัติ บทที่ 1


Sunday, March 16, 2014

"ไกล" เท่ากับ "ใกล้" .....


    






ไกลเพียงไหน ก็ อยู่ใกล้แค่ปลายนิ้ว

ลูกรัก ... ไกล กับ ใกล้ นั้น  ถ้าเป็นระยะทางวัดกันได้ด้วยมาตรวัดหลากหลาย  แต่ถ้าเป็นความสัมพันธ์จะหามาตรใดมาวัด  ลูกคิดว่าอย่างไรคะ

สำหรับแม่ เรื่องนี้ต้องตอบผ่าน "ความเป็นเพื่อน"ค่ะ   แม่มีเพื่อนหลายคนที่ห่างกันด้วยระยะทาง และไกลจากการพบเจอ  แต่ใกล้กันเพียงปลายนิ้ว  ที่จะหยิบปากกามาเขียนหรือพิมพ์ข้อความถึง  หรือไม่ก็กดโทรศัพท์หา

ลูกจำตอนแม่ไม่สบายตอนอยู่บ้านคุณยายได้ไหมคะ  แม่ท้องเสียเฉียบพลันและรุนแรง  แม่กินยาที่ได้รับจากโรงพยาบาลมาแล้ว แต่เมื่ออาการทวีความรุนแรง แม่ฉวยโทรศัพท์หาลุงหมอสกุลทันที ลุงหมอเป็นคนหนึ่งที่ไกล้เสมอ แม้จะไม่ได้พบกันเป็นปีๆ ลุงหมอเป็นเพื่อนแม่สมัยเรียนโรงเรียนเตรียม ใช้ชีวิตเรียนห้องเดียวกันเพียงปีเดียว แล้วต่างแยกย้ายกันไป คนหนึ่งเรียนเชียงใหม่ อีกคนเรียนกรุงเทพฯ แม่มีปัญหา ลุงหมอพกไปรษณียบัตรเป็นปึก ว่างหยิบมาเขียน เงินน้อยนิดสะสมไว้ ใช้โทรฯทางไกลมาให้กำลังใจเป็นระยะ แม่ไปเรียนต่อ ทำท่ามีปัญหาอีก ลุงหมอเป็นหมอแล้ว เวลามีน้อยลงไปอีก ส่งรูปสวยพร้อมคำขู่ คำปลอบ ให้กำลังใจจนแม่เรียนจบ ... จนโตเป็นผู้ใหญ่เข้าสู่วัยมีครอบครัว พ่อแม่ลุงหมอป้าไก่ก็ขยายความสัมพันธ์ออกไป จากเพื่อนสองคน เป็นเพื่อนสี่คน ... วันที่พ่อแม่ไม่มีเงินส่งค่าดาวน์บ้านเมืองเอก ลุงหมอสกุลมาเซ็นต์เช็คให้ถึงเสรีเซ็นเตอร์ ตอนคุณตาประสบอุบัติเหตุ ลุงหมอป้าไก่มาถึงโรงพยาบาลคืนแรกที่ครอบครัวเราพาคุณตาถึงกรุงเทพฯ ...

ลูกคะ ... แม้แม่กับลุงหมอสกุลอยู่ไกลกันเสมอ  ด้วยระยะเวลาและระยะทาง  แต่ไกล เท่ากับใกล้ อยู่ตรงไหน ก็ใกล้เพียงปลายนิ้ว  เพราะมีความเป็นเพื่อนที่เชื่อมต่อกันไว้ เหมือนสะพานแข็งแรงที่ไม่เคยเปลี่ยนแปลง ข้ามกาลเวลาและระยะทางเสมอมา 

แต่ลุงหมอสกุลไม่ได้เป็นผู้เดียวที่อยู่ไกลแต่เหมือนใกล้ ยังมีบุคคลอันเป็นที่รักของแม่อีกมากมายที่เป็นเช่นลุงหมอสกุล หากท่านเหล่านั้นได้อ่านสิ่งที่แม่กำลังเขียนอยู่นี้ รับรองว่าย้ิมแป้น เพราะไม่ต้องบอกเราต่างรู้อยู่กับใจว่ามันเป็นเช่นนั้น สิ่งนี้เป็น สิ่งมีค่า เงินตราซื้อไม่ได้ เป็นสิ่งควรแค่แก่การรักษาไว้ด้วยหัวใจ ลูกว่าอย่างนั้นไหมคะ ... แต่ลูกรู้หรือไม่ว่า ลูกกับแม่มีบุคคลอันเป็นที่รักคนเดียวกันอยู่ท่านหนึ่ง ผู้ซึ่งอยู่ "ไกล" เท่ากับ "ใกล้" ลูกทราบไหมว่าเป็นใคร

ใครเอ่ย ไม่ต้องเสียเงิินโทรฯไป ไม่ต้องรอเวลาที่จะร้องหา ไม่ต้องเสียเวลาเขียนข้อความ เพราะไม่เคยหลับไหล แต่ครอบครอง และควบคุมทุกๆส่ิง มอบสิ่งเหมาะสม ที่ดีเกินกว่าเราคิดจะขอ หรือฝันอยากจะได้ให้กับเราเสมอ ... 

เพียงเท่านี้ ... ลูกคงร้อง "อ๋อ" และต่อด้วยประโยคเด็ดของลูกว่า "ความเชื่อครับแม่ ทุกอย่างกลับมาที่ความเชื่ออย่างเดียว" ใช่ค่ะลูก เพราะลูกเชื่ออย่างบริสุทธิ์ เหมือนความเชื่อของเด็กน้อย ลูกจึงรู้ด้วยหัวใจว่า พระเจ้าดำรงอยู่จริง ไม่ต้องให้ผู้ใดมาช่วยพิสูจน์ เพราะพระวิญญานของพระเจ้าอยู่ด้วยกับลูก พระเจ้าที่เหมือนอยู่ไกลเกินจริง จึงอยู่ใกล้ชิดตลอดเวลา ร้องหาได้ทุกที่ ทุกเวลา ทุกรูปแบบ ... ไม่ต้องเดินทางไปที่ไหน ไม่ต้องหาสิ่งใดมากราบไหว้ ไม่ต้องหาส่งใดมาตอบแทน .... ไกลจึงเท่ากับใกล้ ตลอดไป ใช่ไหมคะลูก