Wednesday, May 28, 2014

แม่ .... จันทร์เจ้า








เพื่อนบ้านที่อยู่ใกล้เพียงรั้วกันของบ้านเชียงรายของเรา ชื่อว่า "จัน" คนทั่วไปจะเรียกว่า "แม่จัน" ลูกเรียกท่านว่า "คุณยายจัน" ส่วนแม่จะเรียกว่า "คุณแม่จัน ... เจ้า"  เพราะสำหรับแม่คำว่า "เจ้า" เป็นคำอ่อนสุภาพที่ได้ยินเสมอจากปากหญิงสาวเมืองเหนือ แต่หลายครั้ง เวลาร้องเรียก "คุณแม่จัน ... เจ้า" แม่แอบหวนคิดถึง "จันทร์เจ้า ... ขอข้าวขอแกง" เพราะออกเสียงเหมือนกัน แม้จะเขียน "ต่าง"กัน แล้วหมายความถึงสองสิ่งที่แตกต่างกันลิบลับ









และนี่เองคือที่มาของบทเรียนเรื่อง "ความเหมือนที่แตกต่าง" ที่พระเจ้าสอนแม่จากประสบการณ์กับคุณยายจัน ........ เรื่องมีอยู่ว่า คุณยายจันเป็นคนขยัน มือไม่เคยว่าง วันธรรมดาจะตื่นแต่เช้ามืด ไปกาดหลวงซื้อข้าวของห่อใหญ่มาจัดแบ่ง และนำไปขายที่กาดแลงที่บ้านป่าก๊อ ... ส่วนใหญ่จะเป็นประเภทผักพร้อมปรุง รวมทั้งเนื้อปลา เนื้อกบ แต่หลายครั้งจะเป็นอาหารปรุงสำเร็จสูตรเด็ด คุณยายจันมีชื่อในการทำอาหาร  ฝีมือทำอาหารเมืองขั้นเทพ เป็นที่ติดอกติดใจของลูกค้า ดังนั้น ท่านจึงขัดอกขัดใจนักเมื่อมองมาเห็นว่า แม่ปรุงอาหารง่ายๆ ถามทีไรก็ไม่พ้น ผัดผัก แกงจืด ด้วย "หมู" ถึงขนาดออกปากข้ามรั้วมาว่า "ถามทีไรก็ หมู แค่ได้ยินก็ติดอยู่ตรงคอแล้ว" เล่นเอาแม่เขินทุกครั้งไป







วันหนึ่ง เหตุเกิด ... ณ ครัวนอกบ้านของเรา ที่มีเพียงโต๊ะ 2 ตัว สำหรับตั้งเตาแก๊ส และตั้งข้าวของพร้อมปรุงที่แม่ล้าง หั่น แล้วจากครัวในบ้าน การทำครัวที่มองข้ามรั้วมาเห็นก็เป็นเพียง แม่ยกหม้อ กระทะ ถ้วยชามจากในบ้าน แล้วผัด ทอด ต้ม เดี๋ยวใจก็เสร็จ .... คุณยายจันมักถามข้ามรั้วเสมอว่า "วันนี้ ผัดอะไร" แม่ก็จะเขินตอบไปว่า "ผัดผักเจ้า ผัดผักใส่เกลือเจ้า" ... แล้วเช้าตรู่วันหนึ่งที่แม่เพิ่งกลับจากบ้านกรุงเทพฯ แม่ก็หอบข้าวของออกไป แล้วพบว่า "อ้าว ... แก๊สหมด" คุณยายได้ยิน ก็หัวเราะร้องบอกว่า "วันนี้ ผัดผักใส่เกลือไม่ได้แล้ว ใส่ไมโครเวฟแทนก็แล้วกัน"  


เช้านั้น อาหารเช้าของพ่อแม่จึงเป็นผัดผักใส่เกลือในไมโครเวฟจริงๆ เพราะร้านแก๊สเปิดตอนสายๆ แต่ ... พ่อชมเชยอาหารจานเด็ดของแม่ไม่ขาดปาก ประมาณว่า ไม่น่าเชื่อทำง่ายๆก็อร่อยได้ แม่บอกว่า วัตถุดิบดี ผักที่นี่สดหวานกรอบเพราะชาวบ้านปลูกเอง ว่าแล้วแม่เลยเล่าเรื่องคุณยายจันให้พ่อฟัง พ่อให้ข้อคิดที่ดีว่า "ต่างบ้านต่างอร่อย แม่จันเขาไม่เคยเห็นว่าแม่ทำอะไร ไม่เคยชิมว่ารสชาติเป็นอย่างไร เขาแค่เห็นว่า วิธีการทำของแม่ มันต่าง และฟังดูแล้วมันไม่น่าอร่อย"






พ่อออกไปทำงาน แม่ออกไปเดิน ไปเสาะหาดูสิ่งหลากหลายท่ีพระเจ้าทรงสร้าง และขอบคุณพระเจ้า ที่สอนแม่ให้เข้าใจ "บางสิ่ง" ที่สำคัญจากประสบการณ์กับคุณยายจัน ประการแรก เรายืนกันคนละฟากรั้ว แม้จะเห็นสิ่งเดียวกัน แต่ไม่สามารถเห็นได้เหมือนกัน  ประการที่สอง เราแต่ละคนต่างตีความตามสิ่งที่ตามองเห็น ตามประสบการณ์เดิมที่เราต่างสั่งสมมา สอดคล้องกับค่านิยมที่เรามี


สิ่งนี้เป็นความจริงที่เป็นเสมือน "เส้นผมบังภูเขา" เป็นข้อเท็จจริงง่ายๆใกล้ตัวที่แม่ไม่เคยมอง แต่เมื่อตระหนักถึงความจริงตรงนี้ได้แล้ว มันช่วยให้จุดยืนของชีิวิตที่มั่นคง และดำเนินไปได้ง่ายขึ้นมากมาย ทั้งช่วยให้เห็นประเด็นว่า เหตุใดพระเจ้าจึงไม่ให้เราตัดสินผู้อื่น ..... เพราะเราไม่ได้ยืนตรงที่เขายืน แม้มองสิ่งเดียวกันก็เห็นได้ไม่เหมือนกัน นอกจากนี้ เรายังไม่สามารถเห็นภาพรวมทั้งหมด ไม่เข้าใจถึงเงื่อนไขหลากหลายที่เกี่ยวข้อง ... แล้วเราจะไปตัดสินกล่าวโทษผู้อื่นได้อย่างไร







และเมื่อแม่นั่งมองภาพถ่ายต่างๆของแม่ อย่างภาพเงาบนใบไม้สองภ   าพแรกนั้น ได้มาเมื่อ แม่ยืนคนละฟากกับวัตถุที่ทำให้เกิดเงา ขณะที่ภาพที่สามซึ่งเป็นภาพแสงเงาบนใบกล้วยนั้น แม่ยืนด้านเดียวกับวัตถุที่บังแสง ทั้งสามล้วนเป็นภาพของแสงเงาเหมือนกัน แต่ "เงา" นั้นเกิดต่างกัน ในขณะเดียวกัน แม้เงาจะสะท้อนวัตถุที่ทำให้เกิดแสงเงา แต่ก็บอกไม่ได้ว่า วัตถุจริงในสองภาพแรกนั้นคืออะไร ภาพที่สองนั้นอาจจะพอเดาว่า ดูเหมือนจะเป็นเงาผีเสื้อ แต่ใครพิสูจน์ได้ว่า เป็นผีเสื้อหรือเป็นแมลงอื่น และถ้าเป็นผีเสื้อจริง ก็เดาไม่ได้เลยว่าผีเสื้อนั้นสีอะไร







เหมือน คำว่า "จันเจ้า" กับ "จันทร์เจ้า" มันช่างพ้องเสียงกันได้อย่างเหมาะเจาะ ฟังแล้วเหมือนกันเปี๊ยบ แต่ความหมายต่างกันลิบ หมายถึงสิ่งสองสิ่งที่ต่างกันราวฟ้ากันดิน "จันเจ้า" คือ "คุณแม่จัน .. เจ้า"ผู้อยู่ข้างบ้านเรา แต่ "จันทร์เจ้า"คือ พระจันทร์บนท้องฟ้า สองความหมายที่มีคุณค่าที่งดงามแตกต่างกันโดยสิ้นเชิง ช่างเป็น "ความเหมือนที่แตกต่าง" กันโดยแท้ 







และนี่คือ ที่มาของบทเรียนของแม่ขอนำมาฝากลูกในวันนี้ นั่นคือ อย่าตัดสินผู้อื่น เพราะเราไม่มีวันจะมองเห็นภาพรวม หรือรายละเอียด หรือที่ไปที่มา หรือเหตุผลทั้งสิ้นทั้งปวงได้ ทำให้คำสอนที่ว่า จงปฏิบัติต่อผู้อื่นเหมือนอย่างที่อยากให้เขาปฏิบัติต่อเรานั้น ประเสริฐยิ่ง เพราะเมื่อนำมาผนวกกันแล้ว จะเห็นชัดเจนว่า เรายังไม่อยากให้ใครตัดสินเรา แล้วเราจะตัดสินเขาได้อย่างไร ในมุมกลับ เราปรารถนาให้ผู้อื่นมองเห็นตัวตนที่แท้ของเรา อยากให้เขามองเราให้ลึก มองให้ทะลุ เพื่อว่า แม้เขาจะเห็นสิ่งบกพร่องเรามากมาย แต่เขาจะยังเห็นสิ่งงดงามในหัวใจของเราได้ในที่สุด และหากเป็นเช่นนั้นแล้ว สิ่งแรกที่เราต้องเริ่มต้นทำ ก็คือ เห็นอะไรในตัวใคร อย่าเพิ่งรีบร้อนตัดสินเขา ขอโอกาสขอเวลา มองใหม่ มองให้ทะลุหัวใจ มองจนเห็นความงามในหัวใจของเขาให้ได้ ไม่ว่าจะอยู่ในสถานการณ์ใดก็ตาม ดีไหมคะลูก







อ้างอิง:

1.   หนังสือมัทธิว บทที่ 7

“ใครบ้างในพวกท่านถ้าบุตรขอขนมปังจะให้ก้อนหิน? 10 หรือถ้าบุตรขอปลาจะให้งูแก่เขา? 11 ถ้าแม้ท่านเองซึ่งเป็นคนชั่วยังรู้จักให้สิ่งดีๆ แก่บุตรของท่าน พระบิดาของท่านในสวรรค์จะประทานสิ่งดีแก่บรรดาผู้ที่ทูลขอต่อพระองค์ยิ่งกว่านั้นสักเพียงใด! 12 ฉะนั้นในทุกสิ่งจงทำต่อผู้อื่นอย่างที่ท่านอยากให้เขาทำต่อท่าน เพราะนี่สรุปสาระของหนังสือบทบัญญัติและหนังสือผู้เผยพระวจนะ



2.  หนังสือลูกา บทที่ 6     

การตัดสินผู้อื่น

37 “อย่าตัดสินแล้วท่านจะไม่ถูกตัดสิน อย่ากล่าวหาแล้วท่านจะไม่ถูกกล่าวหา จงให้อภัยแล้วท่านจะได้รับการอภัย 38 จงให้แล้วท่านจะได้รับ และทะนานที่ตวงเต็มยัดสั่นแน่นพูนล้นจะถูกเทลงในตักของท่าน เพราะท่านใช้ทะนานอันใดก็จะใช้ทะนานอันเดียวกันนั้นตวงแก่ท่าน”
39 พระองค์ยังตรัสคำอุปมานี้แก่เขาอีกว่า “คนตาบอดจะนำทางคนตาบอดได้หรือ? ทั้งคู่จะไม่ตกหลุมหรือ? 40 ศิษย์ย่อมไม่เหนือกว่าครูของตน แต่ทุกคนที่ได้รับการฝึกอบรมอย่างสมบูรณ์แล้วจะเป็นเหมือนครูของตน
41 “เหตุใดท่านมองดูผงขี้เลื่อยในตาของพี่น้องแต่ไม่ใส่ใจกับไม้ทั้งท่อนในตาของท่านเอง? 42 ท่านพูดกับพี่น้องได้อย่างไรว่า ‘พี่น้องเอ๋ย ให้เราเขี่ยผงออกจากตาของท่าน’? ในเมื่อตัวท่านเองไม่เห็นไม้ทั้งท่อนในตาของตนเอง เจ้าคนหน้าซื่อใจคด จงชักไม้ทั้งท่อนออกจากตาของตนก่อนแล้วเจ้าจะเห็นชัด จึงจะเขี่ยผงออกจากตาของพี่น้องได้


3. จันทร์เจ้า .... อีก version ค่ะ


www.youtube.com
สงกรานต์ รังสรรค์ - รอบ Live Performance วันที่ 15 Dec 2013 เพลง : จันทร์เจ้า ฟังแบบเพลย์ลิสต์ http://www.youtube.com/watch?v=W-7wmyKQ6AE&list=PL1bvbxbpkbtr05bnonNcrK8xK_Qgf5dnk&index=130


 http://www.youtube.com/watch?v=I0KyDp-7wDY&index=5&list=PLs5Vel32Seioqn67oYWVmU3xJKr6YycKW&spfreload=10



No comments:

Post a Comment