Friday, May 9, 2014

มงกุฎดอกรัก






คนดีของแม่ มีหลายสิ่งที่แม่อยากบอก อย่างเล่า ให้ลูกฟัง .... อย่างเช่น แม่เพิ่งเห็นว่า ดอกรักหน้าตาเหมือนมงกุฏ พอเห็นแล้วเลยทำให้มันดูน่ารักน่าเอ็นดูอย่างไม่เคยเป็น แปลกจัง พอเราโยงอะไรไปถึงความรัก สิ่งนั้นช่างดูมีค่าขึ้นมาทันทีทันควัน

ความรักเป็นส่ิงอ่อนหวาน มีชีวิตชีวา เป็นที่ปรารถนา เกิดขึ้้นในหัวใจ ไม่ต้องซื้อหา เกิดกับใคร คนนั้นก็เปี่ยมสุข มันช่างเหมือน "มงกุฏดอกรัก" ที่วันนี้แม่เพิ่งเห็นสิ่งที่ไม่เคยเห็นมาก่อน นั่นคือ เห็นว่าสิ่งที่อธิบายความรักได้ชัดเจนที่สุด คือ ความเกลียดชัง 

แม่ดูหนังเรื่อง Amish Grace จบ หนังเรื่องนี้สร้างจากเรื่องจริง ซึ่งเกิดขึ้นในรัฐเพนซิลเวเนีย เร่ิมจากครอบครัวหนึ่งสูญเสียลูกน้อยไป ทำให้ Charlie ผู้เป็นพ่อโกธรแค้น ... โกธรพระเจ้า ที่อนุญาตให้ลูกเล็กต้องตาย เลยตั้งใจแก้แค้นพระเจ้า ด้วยการเข้าไปในโรงเรียนของคน Amish ซึ่งมีความเชื่อในพระเจ้าอย่างบริสุทธิ์ และเลือกดำรงชีวิตอย่างเรียบง่าย หลีกลี้ทุกสิ่งที่อาจลดทอนความเชื่อลง เขายิงเด็กผู้หญิง 10 คน และปลิดชีวิตตนเอง

สิ่งร้ายแรงเกิดขึ้นในชุมชน กับครอบครัวหลายครอบครัว เป็นสิ่งที่ถ้าเลือกได้คงไม่มีใครต้องการให้เกิด แต่เมื่อเกิดขึ้นแล้ว แต่ละคนจะรับมือกับสิ่งนั้นอย่างไร แน่นอน มีความตระหนก ตกใจ .... การสูญเสียนำมาซึ่งความเสียใจ แน่นอนเหตุการณ์เช่นนี้ ทำให้หลายคนรู้สึกโกธร เคียดแค้น ชิงชัง มีการตัดสินในหัวใจกันว่า มีฝ่ายผิด ฝ่ายถูก ..... แต่ใครเลยจะคิดว่า บางส่วนของฝ่ายที่่ถูกกระทำ คิดต่าง คิดกลับด้าน และทำในสิ่งที่คาดไม่ถึง .... เหมือนมีคนจงใจวางเพลิง ไฟไหม้ลุกลาม ทำลายล้าง ... มีผู้บริสุทธิ์มากมายเสียหาย แล้วส่วนหนึ่งของคนกลุ่มที่เสียหายนั้นพยายามดับไฟ แทนการวิ่งเข้าทำร้ายฝ่ายที่วางเพลิง .... ในขณะที่มีบางคนไม่เห็นพ้อง ปกป้องเชื้อไฟไว้ไม่ให้มอดดับไปจากใจเลี้ยงไฟนั้นไว้ให้คุกรุ่นต่อไปในหัวใจ เป็นความเคียดแค้น ชิงชัง 

แม่อยากให้ลูกได้ดูหนังเรื่องนี้ อยากให้ลูกจับตาดูบางตอนเป็นพิเศษ  โดยเฉพาะตอนที่่พ่อคุยกับลูกสาวคนเล็ก ซึ่งได้รับรู้ถึงความเกลียดชังของแม่ ได้ยินสิ่งที่แม่พูดกับพ่อ ถึงความเจ็บช้ำที่ต้องสูญเสียลูกสาวคนโตอันเป็นที่รักยิ่งไป เด็กหญิงกับคุณพ่อเขาคุยกัน ตามนี้นะคะ

เด็กหญิง ... I hate that man too.  He did bad evil things.
คุณพ่อ    ... He did do an evil thing, and I don't blame you for 
                   hating him.  And you can hate him as long as you like.

                   But tell me that .. this hate that is inside of you .........
                   How does it feel? Does it feel good?
เด็กหญิง ... Not very good!
คุณพ่อ    ... No. Hate is a very big, very hungry thing with lots of 
                   sharp teeth in its mouth that eat up your whole heart,
                   and leave no room left for love.

คำตอบของคุณพ่อ Gideon ตรงนี้แหละลูก ที่ทำให้แม่เข้าใจ "ความรัก" จากพิษร้ายของความเกลียดชัง หัวใจนั้นมีพื้นที่จำกัด จะเติมให้เต็มด้วยความรักที่งดงาม หรือความเกลียดชังที่ก้าวร้าวรุนแรงก็ได้  ช่างเปรียบ ... 

"ความเกลียดชังมันตัวใหญ่โต หื่นกระหาย ปากของมันมีฟันแหลมคมเต็มปาก มันจะกัดกินหัวใจทั้งดวงของลูกจนหมดเกลี้ยง ไม่มีเหลือ ไม่เหลือที่ไว้สำหรับความรักอีกเลย"

คุณพ่อให้เหตุผลกับลูกสาวว่า พระเจ้าเป็นผู้พิจารณาโทษ ไม่ใช่มนุษย์ดังนั้น ทางเลือกเป็นของลูก ที่จะแบกความเคียดแค้นชิงชัง ที่มันกันกร่อนหัวใจนี้ไปกับตัวตลอด  หรือจะเลือก ที่จะยินยอมที่จะยกโทษให้อภัย ("We are lucky that God understands this.  He's the one that will hand out punishments, so that we don't have to carry on this terrible hate around inside of us ....... if we don't want to ... if we are willing to forgive") 

ทางเลือก ... เป็นสิ่งที่แม่โปรดปรานยิ่ง เมื่อมีอิสระที่จะเลือก มันย่อมดีกว่าการถูกมัดมือชก ให้ต้องทำอย่างใดอย่างหนึ่งอย่างจนตรอก แต่การตัดสินใจเลือกบางสิ่งนั้น ไม่ใช่ง่าย ดูเรื่องนี้แล้ว แม่อดถามตัวเองไม่ได้ ... นี่ถ้ามีคนมายิงลูกเราบ้างล่ะ แม่จะรับมือกับสิ่งร้ายแรงนั้นเช่นไร แม่ว่า แม่คงไม่ต่างจากแม่ของ Mary Beth ในเรื่องนี้ มันยากมาก แต่หนังเรื่องนี้ ให้ข้อคิดและ "ทางเลือก" ที่สวยงามซึ่งสมควรจดจำ และนำไปเป็นต้นแบบอย่างมาก 

จับตาดูตอนที่แม่ของ Sarah กับ Rebecca พูดในกลุ่มพ่อแม่ที่สูญเสียลูกนะคะ ลูกสาวสองคนของเขาอยู่ในเหตุร้าย Sarah เสียชีวิต และ Rebecca บาดเจ็บสาหัส เป็นตายเท่ากัน เขาบอกว่า ....

"I don't want to make my heart a battle ground between hate and love.  It hurts too much.  We have suffered too much damage. .... Choose love"

ฟังแล้วอดสะดุ้งใจไม่ได้นะลูก มันจริงอย่างที่เขาว่า เราเลือกได้ จะเลือกให้หัวใจของเรา เป็นสนามรบของความรัก กับความเคียดแค้นชิงชัง หรือเราจะเลือกให้หัวใจของเรา เป็นดินแดนแห่งความรักก็ได้ เราสามารถเลือกได้ สิ่งนี้เป็นความจริงพื้นฐาน ที่ทุกคน "รู้" ที่ต่างเห็น แต่ทำไมเหมือนเราไม่เข้าใจ กลับปล่อยหัวใจให้เป็นพื้นท่ีของการต่อสู้  อยู่กับความเสียหายทำลายล้าง ไร้ความสุขสงบให้หัวใจ ยินดีมีชีวิตอย่างทุกข์ทรมาน

แล้วการหยุดสงครามในหัวใจนั้นแสนยาก แม้แต่คุณพ่อ Gideon ในเรื่องนี้ยังยอมรับ แต่ "หลักชัย" ของท่าทีของหัวใจของเขาอยู่ตรง "ความเชื่อ" ค่ะ เขาเชื่อว่า ข้อหนึ่ง ... พระเจ้าจะพิพากษาอย่างยุติธรรม พระองค์จะตัดสินและให้บทลงโทษอย่างถูกต้องสมควร ข้อสอง ... หากเราเลือกที่จะยึดพื้นที่หัวใจไว้สำหรับความโกธร เคียดแค้น และชิงชัง เราจะกลายผู้ที่รับโทษทัณฑ์นั้นเสียเอง ("Charlie will stand before a just God.  Yet, if we hold on to our anger and resentment then it is ourselves that being punished."

ดูละครแล้วต้องย้อนกลับดูตัวจริงๆนะลูก เรื่องแบบนี้ เหมือนเรื่องผงบังตา มันเหมือนง่าย แต่ช่างแสนยาก มันช่างแปลกยิ่ง ที่เราทุกคนต่างปรารถนาความรัก แต่เหตุใดจึงปล่อยให้ความชิงชัง มันกัดกินหัวใจไปจนหมดส้ิน ไม่ยอมเหลือไว้สักน้อยนิด ให้การยกโทษให้อภัยมาแบ่งพื้นที่ไปได้บ้าง กลับยอมเสียหัวใจทั้งดวงไปกับความมืดมิดของความชิงชัง ไม่มีให้แสงสว่างแห่งรักได้ฉายส่องเข้าไปได้เลย 

วันนี้ ไม่มีคำพูดใด จะดีไปกว่าคำพูดของ Rachel คุณแม่ของSarah กับ Rebecca ที่ขอพื้นที่หัวใจคืนให้กับความรัก ด้วยการยอมยกโทษให้อภัย อยู่ตรงนี้ค่ะ "It's not our place to decide. Forgiveness is from an open heart without condition, .... or it does not come at all" นั่นหมายถึง การกลับมายืนที่เดิม ว่า เราเป็นมนุษย์ การตัดสินไม่ใช่หน้าที่ของเรา และต้องยอมเปิดหัวใจอย่างจริงใจ อย่างไม่มีเงื่อนไข อย่างนั้นจึงจะสามารถอภัยได้ ....  

ลูกรัก ไม่ว่าพรุ่งนี้จะเป็นเช่นไร ขอความจริงที่พระเจ้าสอนนี้ เป็นจริงในชีวิตของลูกเสมอ ไม่ว่าจะเกิดอะไร ขอลูก "เลือก" เปิดหัวใจให้ความรักได้ทุกครั้งด้วยพระคุณพระเจ้า  เพื่อ "มงกุฏดอกรัก" เป็นของลูกเสมอและตลอดไป





อ้างอิง

1.  หนังสือปฐมกาล บทที่ 50 ข้อ 15 -21
   
15 เมื่อบรรดาพี่ชายของโยเซฟเห็นว่าบิดาเสียชีวิตแล้ว พวกเขาจึงพูดกันว่า “จะทำอย่างไรถ้าโยเซฟยังผูกใจเจ็บและจะแก้แค้นพวกเราเพราะสิ่งเลวร้ายที่พวกเราได้ทำกับเขาไว้” 16 เขาจึงส่งคนไปบอกโยเซฟว่า “บิดาของท่านได้สั่งเสียก่อนจะตายว่า 17 ‘ขอให้เจ้าไปบอกโยเซฟว่า เราขอร้องให้เจ้าอภัยบาปอันเลวร้ายที่พวกพี่ได้ทำไม่ดีกับเจ้า’ บัดนี้ขอท่านกรุณาให้อภัยบาปของผู้รับใช้พระเจ้าของบิดาของท่านเถิด” เมื่อโยเซฟได้ฟังดังนั้นก็ร้องไห้ 18 แล้วพวกพี่ชายก็เข้ามาคุกเข่าต่อหน้าโยเซฟ กล่าวว่า “พวกเราเป็นทาสของท่าน”  19 แต่โยเซฟบอกพวกพี่ชายว่า “อย่ากลัวเลย เราไม่ใช่พระเจ้า 20 พวกท่านมุ่งร้ายต่อเราก็จริง แต่พระเจ้าทรงประสงค์ให้เกิดผลดีดังที่เป็นอยู่นี้ คือการช่วยชีวิตคนเป็นอันมากไว้ได้ 21 ฉะนั้นอย่ากลัวไปเลย เราจะเลี้ยงดูพวกท่านและลูกๆ ของท่าน” และโยเซฟก็ให้ความมั่นใจและพูดให้พวกเขาใจชื้น

2.  http://www.youtube.com/watch?v=g5TJRngW8S0



No comments:

Post a Comment