Memento
|
ลูกชอบทิ้ง แม่ชอบเก็บ พ่อชอบสะสม ลูกบอกว่า ถ้าไม่ใช้ก็ทิ้งไปเถอะครับ แม่มักบอกว่า เก็บไว้ก่อนเผื่อจะเป็นประโยชน์ พ่อชอบสะสม เรียกว่า ค่าทางใจของแต่ละคนต่างกัน อย่างไรก็ตาม มีบางสิ่งที่แม่พยายาม "ตรึง" ไว้ในใจของลูก ว่ามันเป็น Memento หรือสิ่งที่สะกิดใจให้หวนนึกถึงสิ่งที่ผ่านมา หรือระลึกถึงสิ่งที่มีค่าทางใจ ไม่ว่าเวลาจะผ่านไปเน่ินนานสักเท่าไร บ้านเราจึงค่อยๆมี memento เพ่ิมขึ้นเมื่อวันเวลาเคลื่อนผ่านไป
แล้ววันหนึ่ง แม่ได้รับการ์ดวันเกิดจากน้าโอ๋ซึ่งมีข้อความ ที่ทำให้แม่ซาบซึ้งคำว่า memento มากยิ่งกว่าเดิม "In life, we remember moments, not days." ใช่เลยลูก เราไม่ได้จดจำวันต่างที่ผ่านเข้ามา หากแต่จดจำช่วงเวลาต่างๆมากกว่า ในชีวิตของเรา มีหลากหลาย "ช่วงเวลา" ที่งดงามมีค่า ช่วงเวลาที่เราไม่อยากให้ผ่านเลยไป มีแต่อยากให้หวนคืนมา และไม่ว่าเวลาจะผ่านไปนานสักเพียงใด จะมีบางสิ่งคอยสะกิดใจ ให้ใจหวนรำลึกถึงช่วงเวลาสำคัญนั้นเสมอ สิ่งนั้นแหละลูกที่เราเรียกกันว่า memento
และ memento ที่สำคัญยิ่งของครอบครัวเรา คือ แดดอุ่นๆที่ส่องมาต้องตัว และสายลมแผ่วๆที่พัดมาต้องกาย สองสิ่งนี้ คือ สิ่งที่นำมาช่วยปลอบและให้กำลังใจแก่กันเสมอมา
ลูกคงจำได้แม่นยำว่า ที่มาของ แดดอุ่น และลมแผ่ว เริ่มจากแม่ ในวันที่แม่เรียนหนังสือและต้องทำงานไปด้วย แม่ทุ่มกายถวายชีวิตกับทุกสิ่งที่ลงมือทำ แม่คงเหนื่อยมากแต่ไม่รู้ตัว แล้ววันหนึ่งขณะที่แม่นั่งพิมพ์งาน Ralph Ennis เจ้านายของแม่มานั่งคุกเข่าข้างๆ บอกว่า วันรุ่งขึ้นไม่ต้องมาทำงาน แม่ตกใจคิดว่าทำผิดร้ายแรง แต่เจ้านายใจดี อธิบายว่า เขาเห็นว่าแม่เหนื่อยและเครียดมากแล้ว เขาดูตารางนัด ตารางงาน และเฝ้าดูการทำงานนอกเวลางานของแม่แล้ว เขาอยากให้แม่ "พักจากงาน" หยุดจากภาระความรับผิดชอบ ไร้กรอบเวลาและกำหนดการสักวัน
แม้ไม่เข้าใจสิ่งที่นายบอก แม่เชื่อฟัง เวลานั้นเป็นช่วงปลายฤดูใบไม้ผลิต่อกับต้นฤดูร้อน เช้าวันรุ่งขึ้นที่ Colorado Springs ที่แม่อาศัยอยู่ตอนนั้น มีอากาศดีแจ่มใส ฟ้าเป็นสีฟ้ากระจ่าง อากาศยังค่อนข้างเย็น แม่สวมแจ๊คเก็ตตัวหนา แบกเป้คู่ใจ ที่ข้างในมีแค่ Diet Sprite กับพระคัมภีร์ เดินขึ้นภูเขาใกล้ๆ Glen Eyrie เดินสูงขึ้นไปเรื่อยๆ จนไปถึง แนวหินที่เป็นสันทอดตัวยาวลงมาตามระนาบของเนินเขา ดูเชื้อเชิญให้เข้าไปใกล้ๆ แม่มองหาร่มไม้ ตั้งใจจะไปนั่งอ่านพระคัมภีร์ แต่กลายเป็นว่า แม่ทอดตัวลงนอนและหลับไป นานเท่าไรแม่ไม่รู้ รู้แต่ว่า เมื่อลืมตาตื่นอีกครั้ง มีแดดอุ่นๆบนใบหน้า แสงแดดอ่อนๆต้องตัวแม่ ใจแม่หวนนึกถึงเรื่องราวของ "โมเสส" ขึ้นมาทันที แดดอุ่นๆท่ามกลางในอากาศที่ค่อนข้างเย็นนั้น มันสุดแสนจะอบอุ่นสบาย มันจึงเป็นการตื่นขึ้นสู่พลังและความสดชื่นอย่างบอกไม่ถูก จำได้ว่า แม่ลุกขึ้นยืน หลับตา เงยหน้าขึ้นให้รับแดดอุ่นนั้นให้เต็มที่ แล้วตอนนั้นเอง สายลมเอื่อยๆพัดผ่านตัวแม่ สายลมแผ่วเบาที่ต้องตัวเป็นสัมผัสพิเศษที่สองที่ได้รับ มันมีความหมายละเอียดอ่อนที่ใจแม่รับรู้ จนแม่คุกเข่าอธิษฐาน
|
แม่ขอว่า พระเจ้าโปรดปรานโมเสส เพราะเขาเป็นคนที่อ่อนน้อมถ่อมใจ เมื่อโมเสสขอสัมผัสจากพระเจ้า พระองค์ทรงยอมให้เขาได้รับประสบการณ์นั้น จึงขอว่านับแต่วันนั้น ขอให้แดดอุ่นและลมแผ่วได้เป็น memento เป็นสัญญาใจระหว่างพระเจ้ากับแม่ ที่จะสะกิดเตือนให้นึกถึงประสบการณ์กับพระเจ้า ว่า พระเจ้าทรงอยู่ด้วยเสมอ และทรงจะพัดพาความเหนื่อยล้าทุกข์ใจให้จากไป ลูกรักของแม่ .... ด้วยเหตุนี้ หากจะนับ memento ทั้งหมดในชีวิต สองสิ่งนี้จะเป็น memento ที่สำคัญสุด ที่แม่ได้ส่งผ่านต่อถึงลูก ขอลูกรักษาไว้ให้จงดี เพราะไม่ว่าจะเป็นที่ไหนและเมื่อใด สองสิ่งนี้ จะช่วยหัวใจของเราอบอุ่น ไม่อ้างว้าง หวาดกลัว มีความหวัง และก้าวต่อไปได้เสมอ
|
อ้างอิง:
1. หนังสืออพยพ บทที่ 33
2. me·men·to (m
n. pl. me·men·tos or me·men·toes
A reminder of the past; a keepsake.
|
memento (mɪˈmɛntəʊ)
n, pl -tos or -toes
something that reminds one of past events; souvenir

No comments:
Post a Comment