คนดีของแม่
ลูกจำคุณยายจันทร์ที่บ้านสินธานีได้ไหมคะ จำเช้าวันที่เรากำลังตั้งโต๊ะจะทานข้าว แล้วคุณยายตะโกนข้ามรั้วมาว่า "ปะล้ำปะเหลือ" ได้ไหมเอ่ย วันนั้นอุณหภูมิประมาณ 16 องศา ลูกใส่แค่กางเกงขาสั้นและเสื้อกันลม แต่แม่ใส่ซะเต็มยศ เสื้อคลุมนอนซ้อนสองตัว สวมหมวก ใส่ถุงเท้า แล้วเอาแจ๊คเก็ตพ่อมาใส่อีกตัว แค่นั้นแหละ คุณยายส่งเสียงลอยข้ามรั้วมาเลย "ปะล้ำปะเหลือ" "อะไรจะขนาดนั้น" แม่นึกถึงภาพนี้ทีไรย้ิมคนเดียวทุกครั้ง ... คำว่า ปะล้ำปะเหลือ เลยมีความหมายพิเศษ และทุกครั้งที่เจออะไรที่มัน "เยอะ" เกินพอดีก็จะนึกถึงคำนี้ทุกที
เมื่อคิดถึงชีวิตคน แม่ก็ว่ามัน "ปะล้ำปะเหลือ" อย่างคาดไม่ถึง วันนี้แม่อ่านชีวิตของ โจเซฟ ชาวยิวที่มีบทบาทช่วยเหลือชนชาติอียิปต์ในอดีตกาล ตอนที่เกิดการกันดารอาหารต่อเนื่อง 7 ปี อ่านไปก็รำพึงไปว่า "ปะล้ำปะเหลือ" จริงๆ กับชะตาเด็กหนุ่มอายุ 17 ปีที่เริ่มต้นแสนดี แล้วก็ตกตำ่ๆอย่างต่อเนื่องนานถึง 13 ปี แล้วกลับดีดขึ้นสูงสุดได้อย่าง "ปะล้ำปะเหลือ"
โยเซฟเป็นลูกหลง เกิดจากภรรยาที่บิดาโปรดปราน เป็นบุตรชายลำดับที่ 11 ของครอบครัว พ่อรักมากกว่าพี่ๆ ได้รับสิ่งพิเศษๆ เช่น เสื้อคลุมสีสันชั้นดีราคาสูง แต่เขาเป็นคนช่างพูด พี่ๆทำอะไรก็เล่าให้พ่อฟังหมด ตนเองฝันก็เอามาอวด จนพี่ๆไม่ชอบหน้า เห็นว่าเป็นคนช่างฟ้อง และอวดอ้างว่าพ่อแม่พี่น้องจะต้องก้มหัวเคารพตน วันหนึ่งก็เกิดเหตุ พ่อใช้ให้ไปหาพวกพี่ๆที่ดูแลฝูงสัตว์ไกลจากบ้าน พี่ๆเลยจัดการจับตัวไว้ หมายจะฆ่าให้ตาย แต่เปลี่ยนใจขายให้กับกระบวนเกวียนของพ่อค้าที่มุ่งหน้าไปอียิปต์ แล้วเอาเสื้อคลุมนั้นไปคลุกเลือดแพะ นำมาหลอกพ่อว่า โยโซฟถูกสัตว์ทำร้ายจนตาย พ่อค้าขายโยเซฟต่อให้กับหัวหน้า "ผู้คุม" สถานจองจำของกษัตย์ในอียิปต์ แต่ด้วยโยเซฟเป็นคนยำเกรงพระเจ้า และจำนนที่จะ "ทำดี" ในทุกที่ที่ตนอยู่ กับทุกคนที่ตนพบ "ผู้คุม" จึงเมตตา และมอบหมายความรับผิดชอบให้ขึ้นมาทำงานในบ้าน จนได้เป็นหัวหน้าใหญ่สุด ดูแลทุกกิจการ ชนิด "ผู้คุม" เองไม่ได้ทำอะไรเลย
แต่ชะตาของโยเซฟก็ยังดิ่งลงไม่หยุดยั้ง ความที่เป็นชายหนุ่มรูปร่างหน้าตาดี เข้านอกออกในบ้านนายอยู่เสมอ จึงเป็นที่ต้องตาต้องใจ "คุณผู้หญิง" ภรรยาเจ้านาย ขนาดให้ไปร่วมเตียงด้วย แม้โยเซฟปฏิเสธอย่างหนักแน่นมาตลอด บอกว่า เขายำเกรงพระเจ้าและจะไม่ทรยศเจ้านาย แต่ก็นั่นแหละ วันหนึ่งก็ตกเป็นเหยื่อคนที่คิดไม่สะอาดจนได้ วันนั้นโยเซฟเข้าไปในบ้านเพียงลำพัง ไม่มีใครอยู่ด้านใน ยกเว้นคุณผู้หญิงคนสำคัญเพียงคนเดียว แน่นอนเธอมาชักชวนอีก โยเซฟเดินหนีเช่นเคย แต่คราวนี้เธอแน่กว่า เธอฉวยเสื้อคลุมเอาไว้ โยเซฟสลัดเสื้อคลุมออก แล้ววิ่งออกนอกบ้าน โดยหารู้ไม่ว่า ได้ท้ิงหลักฐานสำคัญไว้ให้เป็นพยานเท็จมัดตัว เมื่อสามีกลับมา คุณผู้หญิงฟ้องทันทีว่า โยเซฟเข้ามาลวนลามเธอ เมื่อเธอขัดขืนร้องขอความช่วยเหลือ โยเซฟรีบร้อนหนีไปและท้ิงเสื้อคลุมเอาไว้ เท่านั้นเอง วันคืนที่สุขสบายของโยเซฟก็จบสิ้น จากบ้านนายได้ลงไปนอนคุกใต้ดินทันที
แต่โยเซฟก็เป็นโยเซฟ อยู่ที่ไหนก็เคารพยำเกรงพระเจ้า เชื่อฟังและทำตามเสมอ อยู่บ้าน "ผู้คุม" เขายินดีรับใช้นาย ติดคุกก็เหมือนเดิม ช่วยอะไรใครได้ก็ทำ จนในที่สุด ได้รับมอบหมายให้ทำหน้าที่ "ผู้คุม" ควบคุมคนคุกทั้งหมด สรุปว่า ช่างมีภาวะผู้นำสูง อยู่ที่ไหนก็ได้รับตำแหน่งหัวหน้า ... จนวันหนึ่ง พนักงานเชิญจอกเสวยหรือคนดูแลเครื่องดื่ม และพนักงานทำขนมปังของกษัตริย์ต้องโทษ ถูกส่งมาจองจำในคุกใต้ดินเดียวกับโยเซฟ เขารับหน้าที่ดูแลใกล้ชิด และต่อมาได้ทำนายฝันให้ว่าทั้งสองจะพ้นโทษจองจำ แต่คนหนึ่งได้กลับคืนหน้าที่เดิม ขณะอีกคนถูกประหาร จึงขอให้ทั้งสองจำเขาไว้ หวังใจว่าจะช่วยให้ได้พ้นคุกบ้าง แต่เวลาก็ผ่านพ้นไป ไม่มีใครนึกถึงเขาเลย
จากวันที่ถูกพี่ชายขายไปเป็นทาส ชีวิตของโยเซฟก็มีแต่ตกตำ่ลงเรื่อยๆ ไม่มีทีท่าว่าจะมีอะไรดีขึ้น เรียกว่า "ปะล้ำปะเหลือ" จริงๆ ทำแต่สิ่งที่ดี แต่กลับได้รับแต่โทษ จนต้องติดคุกอย่างไม่มีกำหนด แต่ใครเลยจะนึกได้ว่า วันหนึ่งการณ์จะกลับกลายอย่างหน้ามือเป็นหลังมือ เมื่อกษัตริย์ฝันร้ายแล้วหาคนทำนายไม่ได้ พนักงานเชิญจอกเสวยนึกถึงโยเซฟขึ้นมา เขาจึงถูกเรียกตัวจากคุก และทำนายฝันได้ว่า อียิปต์จะอุดมสมบูรณ์ 7 ปีแล้วจะเกิดกันดารอาหารอีก 7 ปี ต้องมีการสะสมอาหารในช่วง 7 ปีแรกไว้ให้เพียงพอ
เรื่อง "ปะล้ำปะเหลือ" จึงเกิดกับชีวิตของโยเซฟ กษัตริย์มอบแหวนตราให้ แต่งตั้งให้เขามีอำนาจปกครองอียิปต์ เป็นผู้ดูแลจัดการเก็บพืชพรรณกักตุนอาหารช่วง 7 ปีที่อุดมสมบูรณ์ เพื่อกระจายให้ประชากรในช่วง 7 ปีของการกันดาร ช่างเป็นเรื่องเหลือเชื่อ ในเวลาเพียงข้ามคืน เขาก้าวกระโดดจากคนคุกขึ้นมาปกครองประเทศ มีอำนาจรองจากกษัตริย์ ยิ่งไปกว่านั้น วันหนึ่งพี่ชายทั้งสิบคนที่เคยขายโยเซฟเมื่อ 13 ปีก่อนก็เดินทางมาอียิปต์ เพื่อขอปันซื้ออาหารไปประทังชีวิต พี่ชายจำน้องไม่ได้ แต่โยเซฟจำพี่ชายได้ในทันที
โยเซฟน้ำตาตก ไม่มีใครรู้ว่าทำไม เขาขู่ตะคอกพี่ๆ ถามถึงครอบครัว ถามถึงพ่อ และน้องชายร่วมมารดา พี่ๆตอบอย่างละเอียดโดยไม่เฉลียวใจว่า เหตุใดเขาถึงสนใจเรื่องส่วนตัวเช่นนี้ โยเซฟวางแผนยึดตัวพี่ชายไว้คนหนึ่ง ขณะที่ปล่อยที่เหลือกลับไปพร้อมเสบียงจำนวนมาก โดยมีข้อแม้ว่า ให้นำน้องชายคนเล็กมาหา แล้วจะคืนตัวพี่ชายให้ ทุกอย่างดำเนินไปเช่นนั้น โยเซฟคิดอะไร ไม่มีใครรู้ แต่ถ้าเทียบหัวอกน้องเล็กที่โดนพี่ชาย 10 คนร่วมกระทำ จนตกระกำลำบากนานถึง 13 ปี ก็น่าจะพอเดากันได้ว่า คงต้องมีบ้างที่เจ็บช้ำ ขมขื่น เคียดแค้น และลองคิดดู ถ้ามีความรู้สึกประมาณนี้ขณะมีอำนาจเหลือล้นในมือ คือ มีอำนาจรองจากตัวกษัตริย์ ใจเขาจะอยากทำอะไรบ้าง ดังนั้น การที่โยเซฟแค่จับพี่คนหนึ่งเป็นตัวประกัน เพื่อให้ได้เห็นหน้าน้องชายร่วมมารดานั้นน่าจะดูเป็นส่งเล็กน้อยอย่างมาก
บันทึกประวัติศาสตร์หน้านี้กล่าวต่อไปว่า พี่ชายกลับไปหาพ่อ เล่าทุกอย่างให้ฟัง พ่อซึ่งแก่อายุเป็นร้อยปีแล้วนั้น จะดีใจหรือเสียใจปานใดกับ ข่าวดีที่มาพร้อมข่าวร้าย ลูกที่คิดว่าตายไปแล้วยังมีชีวิต แต่ได้ยึดตัวพี่ชายไว้ พี่น้องจะฆ่ากันเองหรือ พ่อคนไหนจะยินดีกับสิ่งนี้บ้าง จนวันคืนผันผ่านไป อาหารที่ได้มาหมดลง การกันดารอาหารยังไม่สิ้นสุด ทางรอดมีทางเดียว คือ ต้องย้อนกลับไปปันอาหารจากอียิปต์อีกครั้ง และเพื่อความอยู่รอดของทุกคน พ่อต้องยอมให้เอาชีวิตน้องคนเล็กเข้าแลก สิ่งนี้บีบหัวใจผู้เป็นพ่อปานไหนใครจะรู้ ส่วนโยเซฟเองนั้น เมื่อขบวนพี่น้องทั้งสิบไปถึง เขาก็สะเทือนใจขนาดหนัก ต้องหลีกเข้าไปห้องส่วนตัวรำ่ไห้อยู่คนเดียว
จากนั้นจึงสั่งในนำพี่น้องทั้ง 10 ไปที่บ้านพักส่วนตัว จัดอาหารอย่างดีมาเลี้ยงดู และนำพี่ชายที่คุมตัวไว้ออกมาร่วมมื้ออาหารด้วย ซึ่งตรงนี้เอง ที่โยเซฟมาถึงจุดหักเหที่สำคัญ ความในใจและความรู้สึกทั้งหมดนำมาสู่การตัดสินใจที่ชัดเจน เขาสั่งคนรับใช้อียิปต์ทั้งหมดให้ออกไป เหลือแต่ตนเองกับพี่ชายทั้งสิบและน้องเล็ก เท่านั้นเอง โยเซฟปล่อยความขมขื่นทั้งสิ้นล้นออกมา เป็นเสียงรำ่ไห้ที่ดังจนทุกคนทั้งในและนอกห้องนั้นได้ยินโดยทั่ว เขาละความเจ็บช้ำ บอกพี่น้องของตนว่า ตนคือน้องชายที่ถูกขายมาเป็นทาส ตกระกำลำบากจนมาถึงวันที่ได้ขึ้นมาปกครองประเทศ และได้ช่วยเหลือพี่น้องตน เขายินดีรับดูแลทุกคน ขอให้กลับไปรับบิดามาอยู่ด้วยกันในดินแดนของอียิปต์
ถ้าเป็นนวนิยาย คงจะเป็นตอนจบที่"แฮปปี้เอนดิ้ง" หรือจบอย่างสมบูรณ์แล้ว แต่ชีวิตจริงของโยเซฟเป็นยิ่งกว่านิยาย เพราะหลังจากทุกคนหวนคืนดีกัน มาอยู่ร่วมกันอย่างสุขสบายหลายปี จนลูกๆของโยเซฟได้พบและได้รับพรจากปู่ หลักของครอบครัวคือ พ่อของโยเซฟก็สิ้นชีวิต แล้วอะไรมันจะเกิดได้อีก ในเมื่อทุกคนหันหน้าเข้าหากัน อยู่ร่วมกันอย่างสันติมานานโขแล้ว
มันเป็นเรื่อง "ปะล้ำปะเหลือ" อย่างที่แม่กล่าวแต่ต้นนั่นแหละลูก เพราะคนที่ทำผิดคิดร้ายนั้น เมื่อบิดาจากไป ความกลัวกลับครอบครอง หวาดผวา กลัวว่า โยเซฟจะไม่ได้อภัยอย่างแท้จริง แล้วกลับมาคิดบัญชีคืนตอนนี้ จึงพากันหาข้ออ้าง รวมตัวกันไปบอกโยเซฟว่า บิดาสั่งไว้ก่อนตาย ห้ามไม่ให้โยเซฟทำร้ายพวกตน ลูกลองคิดเล่นๆนะคะ ... ถ้าลูกเป็นโยเซฟ ลูกจะทำอย่างไร
โยเซฟน้ำตาตกอีกครั้ง เขารำ่ไห้ต่อหน้าทุกคน บอกว่า เราเป็นมนุษย์ จะทำตัวเป็นพระเจ้า วางตัวสูงเท่าพระองค์ ทำหน้าที่พิพากษาตัดสินท่านได้อย่างไร พวกท่านอาจจะวางแผนชั่วช้าทำร้ายเรา แต่พระเจ้าสามารถกลับสิ่งร้าย ทำให้กลายเป็นสิ่งดีในเบื้องปลาย และยังช่วยคนมากมายให้รอดตายได้ .. ลูกว่ามันช่าง "ปะล้ำปะเหลือ" ไหม ที่คนๆหนึ่งได้รับความทุกข์ยากขนาดนั้น จะคิดและพูดได้เช่นนี้
ลูกรัก ชีวิตของโยเซฟเป็นเรื่องจริง บันทึกไว้ในประวัติศาสตร์ของอียิปต์ อาจดูเป็นเรื่อง "ปะล้ำปะเหลือ" แต่เรื่องที่สะท้อนข้อคิดในการดำเนินชีวิตในโลกนี้อย่างยิ่ง เพราะไม่ว่าจะเป็นชีวิตใคร ทุกคนล้วนไม่รู้อนาคต และเหตุผลของสิ่งที่เกิดกับตนในแต่ละวัน หลายครั้งหลายคนอาจคิดว่า ทำไมเราต้องเจอกับเหตุการณ์แบบนี้ "ไม่ยุติธรรม" เลย หลายหนคนก็โทษโชคชะตา พากันหาทางแก้ลิขิตชีวิตตน แต่ส่ิงที่แม่เห็นในชีวิตของโยเซฟ เป็นบทเรียนที่ให้ข้อคิด และทางออกกับปัญหา อุปสรรค ความสับสน ความอยุติธรรม และความยากลำบากในชีวิต แม่อยากฝากให้ลูกนำไปตริตรองใช้นะลูก คนดีของแม่ ขอให้ยึดพระผู้เป็นเจ้าหนึ่งเดียวไว้เหนือทุกสิ่งในชีวิต ด้วยความเชื่อที่ว่า เราเป็นมนุษย์ที่พระองค์สร้างและรักเสมอแก้วตาดวงใจ พระองค์ครอบครองและควบคุมทุกสิ่งสรรพไว้โดยสมบูรณ์ และไม่ว่าอะไรเกิดขึ้นกับชีวิต ขอให้เชื่อว่า พระองค์จะกลับสิ่งร้ายให้กลับกลายเกิดผลดีได้ในที่สุด และระหว่างที่เดินผ่านความทุกข์ยากนั้น ขอให้ยำเกรงพระเจ้า เชื่อมั่นในทุกสิ่งที่พระองค์สอน ทำตามทุกสิ่งที่พระองค์บอก แล้วในเบื้องปลายลูกจะได้เห็น "หอกดาบกลับกลายเป็นดอกกุหลาบ" สันติภาพจะอยู่ในหัวใจลูก
ลูกเห็นอย่างที่แม่เห็นหรือไม่คะ ถ้าเห็นและเชื่อเหมือนกัน ลูกบอกแม่ได้ไหมคะว่า ชีวิตเราแต่ละคนก็ "ปะล้ำปะเหลือ" ไม่แพ้โยเซฟ จะต่างกันก็แค่ ต่างกรรมต่างวาระเท่านั้นเอง
อ้างอิง: 1. หนังสือปฐมกาล บทที่ 37 - 50
2. หนังสือสดุดี บทที่ 37
It was much appreciated as I had seen the movie about Josef but I enjoyed it much more by reading in Thai from you. Thank you so much for caring to share it with me! Can't really wait for another episode!!!
ReplyDeleteThank you for your sweet encouragement. That will keep me soaring higher. Glad you are a part of this journey.
ReplyDelete